วันนี้ 9 เม.ย. 2563 ศูนย์ข้อมูลข่าวสารโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดพิษณุโลก ได้จัดแถลงข่าว รายงานพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายแรกของอ.นครไทย และเป็นรายที่ 6 ที่ตรวจพบในจ.พิษณุโลก
นพ.รัฐภูมิ ชามพูนม รักษาการ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า จ.พิษณุโลกยังคงมีผู้ติดเชื้อที่เดินทางกลับมาจากกรุงเทพมหานคร มารับการรักษาที่บ้านอย่างต่อเนื่อง
ผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย ติดเชื้อเพิ่ม 54 ราย
ด้านนายศิษฏิคม เบ็ญจขันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย เปิดเผย ประวัติการเดินทาง และการรักษาโรค และมาตรการบริหารจัดการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ว่า ผู้ป่วยเป็นชายอายุ 28 ปี มีอาชีพรับจ้างเป็นกรรมกรก่อสร้าง ซึ่งสถานที่ปฏิบัติงานอยู่ แถวถนนจรัญสนิทวงศ์ 28 กรุงเทพมหานคร อยู่ร่วมกับภรรยาในสถานที่ปฏิบัติงาน หลังจากมีประกาศให้หยุดงาน ผู้ป่วยได้เดินทางกลับอ.นครไทย จ.พิษณุโลก ส่วนภรรยา ได้แยกกลับบ้านไปที่อ.สีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี โดยมีประวัติการเดินทาง และอาการของโรค ดังนี้
วันที่ 31 มี.ค.2563 เริ่มมีอาการไข้ ปวดศีรษะ ร้อนตามตัว ไม่มีอาการไอ ไม่มีเจ็บคอ ไม่มีเสมหะ ไม่มีหายใจหอบเหนื่อย ไม่ได้ไปรักษาที่ใด อาศัยอยู่ที่ site ก่อสร้างตลอด
วันที่ 4 เม.ย. ยังมีอาการไข้ต่ำ ๆ ปวดเมื่อยอยู่ เจ็บคอ รู้สึกเหนื่อย ไม่สบายตัว ไม่ไอ สงสัยว่าอาจจะติดเชื้อโควิด-19 จึงต้องการกลับบ้าน และให้ทางบ้านมารดา เตรียมสถานที่กักตัวไว้ล่วงหน้าเป็นกระท่อมภายในไร่
วันที่ 5 เม.ย. เดินทาง จาก กรุงเทพมหานคร มาอ.นครไทย ด้วยรถยนต์ส่วนตัว เดินทางเพียงผู้เดียว ตัวผู้ป่วยเองได้กักตัวเอง ที่กระท่อมในไร่ของตัวเอง
วันที่ 6 เม.ย. อาการ ไข้ ไม่ทุเลา จึงไปตรวจที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เนินเพิ่ม อ.นครไทย ขณะที่ไปตรวจผู้ป่วยสวมหน้ากากอนามัย เจ้าหน้าที่สวมหน้ากากอนามัย face shield และชุดคลุมกันน้ำ ได้ยาลดไข้ แก้ปวด
วันที่ 7 เม.ย. อาการไข้ ปวดศีรษะ ไม่ทุเลา จึงมารับการตรวจที่คลินิกตรวจโรคทางเดินหายใจ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย ได้ให้เข้ารักษาตัวในห้องแยกโรคของโรงพยาบาล ผลการตรวจเบื้องต้น ภาพรังสีทรวงอก ปกติ
วันที่ 8 เม.ย.ได้รับการส่งตรวจ Nasopharyngeal swab and throat swab for RT-PCR ผล Positive for COVID-19
ขณะนี้ผู้ป่วยยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย ไม่มีไข้ อุณหภูมิกาย 37.5 องศาเซลเซียส ไม่ไอ ไม่มีอาการหายใจหอบเหนื่อย ทางโรงพยาบาลกำลังดำเนินการส่งตัวไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก อ.เมือง จ.พิษณุโลกแล้ว โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทางโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย มีผู้สัมผัสใกล้ชิดและมีความเสี่ยงสูงคือแพทย์ผู้ตรวจโรค ขณะนี้ได้กักตัวเพื่อเฝ้าดูอาการเป็นเวลา 14 วันตามมาตรการแล้ว ส่วนบุคลากรทางการแพทย์รายอื่นมีความเสี่ยงต่ำเนื่องจากใช้อุปกรณ์ป้องกัน
ส่วนสาเหตุของการติดเชื้อ จากการสอบสวนโรค ผู้ป่วยไม่สามารถยืนยันได้ว่าไปติดมาจากใคร เพราะทำงานอยู่แต่ในพื้นที่งานก่อสร้างและพักอาศัยอยู่แต่ในภายในห้องพักกับภรรยาเท่านั้น เบื้องต้นทางจังหวัดพิษณุโลกได้ประสานไปยังกรุงเทพมหานคร และจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อให้ทำการสอบสวนโรคภายในไซต์คนงานก่อสร้างของผู้ป่วยเพื่อเฝ้าระวังการแพร่ระบาดในกลุ่มคนงานก่อสร้างเอาไว้แล้ว