การตัดวงจรโควิด-19 จึงไม่เพียงแต่ต้องค้นหาผู้ติดเชื้อ แต่ยังต้อง กัก-แยก “คนที่มีโอกาสติดเชื้อ” ด้วย แต่ก็ต้องยอมรับ ว่า พูดง่ายทำยาก เพราะ สังคมไทย เป็นครอบครัวใหญ่ อยู่บ้านเดียวกันหลายคน หรือ ต่อให้แยกไปอยู่คอนโด ก็ต้องใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกับคนเป็นสิบ เป็นร้อยคน การจะกักตัวอยู่เงียบๆคนเดียว จึงไม่ใช่เรื่องง่าย
“ศูนย์ที่พักอาศัยเพื่อการกักแยกเพื่อเฝ้าสังเกตอาการ ปทุมธานี” นอกจากออกแบบมาเพื่อให้เข้าพักฟรี ยังมีบริการเครื่องอุปโภค บริโภค มีอาหารครบ 3 มื้อ และอยู่ห่างไกลจากชุมชน ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกรังเกียจ เพราะ พื้นที่มีอาณาบริเวณโดยรอบอาคารที่ใช้เป็นที่กักแยกกว้างขวาง อากาศถ่ายเทได้สะดวก ผู้ที่เข้ารับการกักแยกอยู่ในห้องส่วนตัวห้องละ 1 คน มีห้องน้ำในตัว และไม่มีบุคคลอื่นเข้าไปในห้องนั้น
นอกเหนือจากอาหารครบ 3 มื้อ ผู้เข้ารับการกักแยกโรคจะได้รับ อุปกรณ์ดำรงชีวิต เช่น เสื้อผ้าที่ซักแล้วแห้งไว มีอุปกรณ์ซักผ้า เตรียมไว้ให้ รวมถึง มีบริการอินเตอร์เน็ตและสามารถติดต่อกับครอบครัวได้
หากผู้เข้ารับการกักแยกคนใด มีอาการป่วยที่เข้าข่ายว่าจะติดเชื้อ ทีมแพทย์และพยาบาล จะประเมินอาการ และประสานรถพยาบาลนำตัวไปที่โรงพยาบาลทันทีด้วยรถพยาบาลที่ได้มาตรฐาน โดยผู้ป่วยจะไม่ได้พบเจอกับผู้เข้ารับการกักแยกคนอื่น และไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดกับพยาบาล เพราะต้องลงมาที่รถพยาบาลเอง ตามเส้นทางที่กำหนดให้ โดยมีลิฟต์ที่แยกไว้เฉพาะสำหรับผู้ที่มีอาการเท่านั้นจะใช้เป็นทางลง ไม่ปะปนกับลิฟต์ตัวอื่น
การเข้าพักที่นี่ ผู้เข้ารับการกักแยกจะอยู่จนครบ 14 วัน เมื่อครบแล้วศูนย์จะออกใบรับรองจากโรงพยาบาลให้ด้วย เพื่อให้ใช้เป็นหลักฐานยืนยันกับคนในชุมชนว่า ไม่ติดเชื้อ
ส่วนการทำความสะอาด หลังผู้กักแยกออกไปแล้ว เจ้าหน้าที่จะเปิดให้แสงแดดและลมเข้ามาฆ่าเชื้อประมาณ 2 วัน ก่อนจะใช้เวลาทำความสะอาดตามขั้นตอนอีก 2 วัน จึงจะให้ผู้กักแยกรายใหม่เข้าพักได้
สำหรับศูนย์นี้เกิดขึ้นจากการระดมความคิดของคนในหลายสาขาอาชีพ ทั้ง แพทย์ พยาบาล นักเศรษฐศาสตร์ นักปกครอง วิศวกร สถาปนิก ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน โดยได้แรงสนับสนุนหลักจากเครือข่ายด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนา (RoLD) ของสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) จึงจัดตั้งศูนย์ได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเริ่มดำเนินการเป็นศูนย์กักแยกกลุ่มผู้เกณฑ์เฝ้าระวัง (PUI) ประจำจังหวัดปทุมธานีแล้ว โดยรองรับกลุ่มผู้เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังจากโรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดปทุมธานี
ส่วนจังหวัดอื่นๆกำลังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาเพื่อนำโมเดลนี้ไปพัฒนาต่อ ซึ่งชุมชนที่อยู่ใกล้ศูนย์ลักษณะนี้ จะได้รับประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง เพราะหากมีผู้ที่เข้าข่ายต้องกักตัวเอง 14 วัน เพราะไปยังสถานที่เสี่ยง หรือมีประวัติพบปะกับผู้ติดเชื้อ ก็สามารถเข้าไปกักแยกตัวเองที่ศูนย์ ช่วยให้ครอบครัวไม่ต้องและคนในชุมชนอาศัยอยู่ได้อย่างสบายใจ รวมถึง ศูนย์ฯ ยังสร้างรายได้ให้ชุมชนด้วยการจ้างงานคนในชุมชนใกล้เคียง มาเป็นเจ้าหน้าที่ จ้างคนในชุมชนมาเป็นแม่ครัว ซื้อวัตถุดิบทำอาหารจากชุมชน ซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคของผู้เข้ารับการกักแยกจากร้านค้าในชุมชน