ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องการยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับของที่นำเข้ามาเพื่อใช้รักษาวินิจฉัยหรือป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่10 เมย.ที่ผ่านมา
โดยมีสาระสำคัญให้ยกเว้นอากรนำเข้าสำหรับของในภาค2 แห่งพิกัดอัตราศุลกากรท้ายพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่6)พ.ศ. 2559ที่นำเข้ามาเพื่อรักษา วินิจฉัย หรือป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019ไม่ว่าจะอยู่ในพิกัดประเภทใด ทั้งนี้ตามรายการที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดและผู้นำของเข้าต้องปฏิบัติตามพิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนด
ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ประกาศของกระทรวงการคลังดังกล่าว มีผลใช้บังคับย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 26 มีค. 63 ถึง 30 กย. 63 ขณะที่ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 10 เม.ย. จึงเกิดคำถามว่าทำไมถึงมีผลย้อนหลังไปถึง 16 วัน เป็นเพราะอะไร และที่สำคัญยังขัดกับหลักกฎหมายและวิธีปฎิบัติของทางราชการหรือไม่
รายงานข่าวจากกระทรวงสาธารณสุขแจ้งว่า สธ.พึ่งได้รับทราบประกาศของกระทรวงการคลังในวันที่10 เมย.หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา จากนั้นติดวันหยุดราชการ ซึ่งก่อนหน้านี้สธ.ยังไม่ได้ออกประกาศใดออกมารองรับ ซึ่งในสัปดาห์นี้หรือวันที่13 เมย.เป็นต้นไป เชื่อว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข จะนำประกาศของกระทรวงการคลังมาพิจารณา
อย่างไรก็ตามต้องจับตาดูว่านายอนุทิน จะออกประกาศของสธ.ให้สอดคล้องกับกระทรวงการคลังหรือไม่ เพราะต้องย้อนหลังไปรับรองสิ่งของที่นำเข้ามารักษาไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมาหรือจะออกประกาศในส่วนของสธ.ให้มีผลตั้งแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาคือวันที่10 เมย.เป็นต้นไป