เมื่อวันที่ (16 เม.ย.2563) ภาพวงจรปิดบันทึกภาพรถสายตรวจสภ.เมืองตรัง ได้นำผู้พ้นโทษชาย 4 คน ในคดียาเสพติดมาปล่อยไว้ที่จุดสกัดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ตำบลนาตาล่วง เมื่อคืนวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 01.00 น. ทั้ง 4 คน เป็นชายอายุ 42 ปีชาว จ.สกลนคร ชายอายุ 38 ปีชาวจ.กระบี่ ชายอายุ 20 ปีชาวจ.ตรัง ส่วนอีกคนไม่เปิดเผย และไม่มีหนังสือรับรองการปล่อยตัว จากการสอบถามเบื้องต้น พบว่าชายทั้ง 4 คนไม่ยอมพูดจา มีลักษณะคล้ายคนมึนเมา โดยมีชาย 1 คน ยอมให้ข้อมูลอยู่คนเดียว
โดยเหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจให้กับ นายณัฐพงศ์ เนียมสม นายกเทศมนตรีตำบลนาตาล่วง จ.ตรัง ระบุว่า เหตุการณ์นี้ เป็นปัญหามาจากต้นสังกัดคือเรือนจำ จ.ตรัง มองว่าเป็นการผลักภาระจากหน่วยงานต้นสังกัดมาให้ชุมชน เบื้องต้นเข้าใจว่าในการปล่อยตัวหลังพ้นโทษต้องทำภายใน 24 ชั่วโมง แต่ ณ ปัจจุบันเกิดปัญหาไวรัสโควิด-19 ทางเรือนจำต้องกักตัวไว้ไม่ใช่ปล่อยให้ออกมาเดินแบบนี้ ซึ่งผู้พ้นโทษทั้ง 4 คน ถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำจ.ตรัง ในคืนวันที่ 13 เมษายน แต่ไม่มีญาติมารับอาจเนื่องมาจากกลัวการประกาศเคอร์ฟิวหลังเวลา 22.00 น. ทำให้ทั้ง 4 คน ไม่มีที่ไปจึงพากันเดินเท้าจากเรือนจำจังหวัดไปตามถนนสายตรัง-ย่านตาขาว จนมาถึงตำบลนาตาล่วง อ.เมืองตรัง ก่อนได้พบกับรถสายตรวจและนำมาปล่อยทิ้งไว้ที่จุดสกัด
นายกเทศมนตรีตำบลนาตาล่วง เรียกร้องให้ขั้นตอนการปล่อยตัวผู้พ้นโทษในคดีต่าง ๆ มีสถานกักตัวจนกว่าญาติจะมารับ ไม่ใช่ปล่อยให้เดินกลับบ้านกันเองในช่วงนี้
ด้านผู้บัญชาการเรือนจำ จ.ตรัง ชี้แจงว่า ในกรณีของชายทั้ง 4 คนนี้ตนได้รับหมายศาล จ.ตรัง ให้ปล่อยตัวในช่วงเย็น แต่กว่าคำสั่งจะเดินทางไปถึงเรือนจำก็เกือบ 19.00 น. และได้สอบถามทุกคนแล้วว่า ต้องการให้ช่วยเหลือเรื่องการเดินทางหรือไม่ แต่ถูกปฎิเสธ ซึ่งหากผู้พ้นโทษรายใดไม่มีที่พักพิง ทางเรือนจำจะมีบ้านกึ่งวิถีอยู่ 2 แห่งคือที่วัดเขาแก้ว อ.สิเกา กับที่บ้านหนำควาย ต.นาท่ามเหนือ อ.เมืองตรัง แต่ส่วนมากได้รับการปฎิเสธ เช่นเดียวกับผู้พ้นโทษทั้ง 4 รายนี้ ซึ่งถามอะไรก็ไม่ตอบ ตนจึงเข้าใจว่ามีญาติมารอรับและไม่ได้ติดตาม
ทั้งนี้ก่อนออกไปเจ้าหน้าที่ บอกแล้วว่าเป็นช่วงเคอร์ฟิว แต่ทั้ง 4 คน ก็ยืนยันจะออกไป ซึ่งตามปกติการเข้ามาในเรือนจำจะมีการบันทึกประวัติ บ้านเลขที่ เบอร์โทรศัพท์ติดต่อญาติ แต่ส่วนใหญ่ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ทำให้ไม่สามารถติดต่อญาติให้มารับได้ เพราะผู้พ้นโทษทั้ง 4 คน ไม่ให้ความร่วมมือใด ๆ
ขณะที่กรมราชทัณฑ์ กำลังจะมีการปล่อยตัวนักโทษกว่า 8,000 คน ซึ่งอยู่ในเกณฑ์พักโทษนั้น พันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงว่าทางกรมฯมีการปล่อยตัวนักโทษกว่า 8 พันคนจริง แต่เป็นการทยอยปล่อย ไม่ใช่ปล่อยในคราวเดียว ข้อเท็จจริงได้แยกเป็นการปล่อยตัวแบบพักการลงโทษรวม 6 เดือน คือตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 62 จำนวน 1,261 คน เดือนพฤศจิกายน ปี 62 จำนวน 1,167 คน เดือนธันวาคม ปี 62 จำนวน 1,317 คน เดือนมกราคม ปี63 จำนวน 1,377 คน เดือนกุมภาพันธ์ ปี63 จำนวน 903 คน และเดือนมีนาคมปี63 จำนวน 1,865 คน รวมทั้งสิ้น 7,890 คน
พันตำรวจเอกณรัชต์ กล่าวต่อว่า การปล่อยผู้ต้องขังต้องมีการคัดกรอง เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด คือต้องโทษจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ ต้องมีความประพฤติดีเยี่ยมจึงจะได้รับการพิจารณา ในส่วนที่ 2 ของการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ คือ ต้องรับโทษมาแล้ว 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ และต้องเป็นผู้ที่ชราภาพมีอายุ 70 ปีขึ้นไป มีอาการเจ็บป่วยหรือพิการจนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ โดยกลุ่มคนเหล่านี้ต้องมีการทำแบบประเมินการช่วยเหลือตนเอง ว่าหมดความสามารถและไม่มีแนวโน้มในการกระทำผิดซ้ำ ถึงได้รับการอนุมัติ
ตามการปล่อยต้องมีหลักเกณฑ์ตามที่กำหนด โดยก่อนปล่อยตัวต้องมีญาติมาเซ็นอุปการะดูแลและเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติจนกว่าจะสิ้นสุดตามกำหนดโทษ แต่หากยังกระทำผิดซ้ำ หรือ ผิดเงื่อนไขจะถูกเพิกถอนการพักการลงโทษ และนำตัวกลับเข้ามารับโทษในเรือนจำตามโทษที่เหลือต่อไป