เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2563 สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย จัดเสวนาออนไลน์ผ่านเพจเฟซบุ๊กของสโมรสร โดยมีโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวบีบีซี เป็นผู้ดำเนินรายการ และมีนายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เป็นผู้ตอบคำถาม
โดยนายแพทย์ธนรักษ์ระบุว่า ผ่านมาสองเดือนหลังพบการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ไทยมีองค์ความรู้เรื่องโรคนี้มากขึ้น โดยสาเหตุที่ประเทศไทยยังมีตัวเลขผู้ติดเชื้อไม่มากเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกา คือการพยายามทำงานให้ล้ำหน้ากว่าสถานการณ์จริง
โจนาธาน เฮด ยังได้ตั้งคำถามถึงจำนวนการตรวจหาผู้ติดเชื้อในประเทศไทย ว่า ตัวเลขยังคงน้อยเมื่อเทียบกับหลาย ๆ ประเทศ เช่น เกาหลีใต้หรือเยอรมนี โดยนายแพทย์ธนรักษ์ได้อธิบายว่า ปัจจุบันไทยสามารถตรวจผู้ติดเชื้อได้วันละมากกว่า 20,000 คน ซึ่งต่างชาติอาจจะมองว่าน้อย แต่ในฐานะที่เป็นประเทศกำลังพัฒนาถือว่าตัวเลขน่าพอใจมาก ส่วนการตรวจมีค่าใช้จ่ายตกอยู่ที่ประมาณ 2,000 บาทต่อคน จึงต้องเน้นการตรวจบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง อย่างไรก็ตามสถิติพบว่า ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง 100 คน จะพบผู้ติดเชื้อเพียง 2 คนเท่านั้น และในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ จำนวนผู้ติดเชื้อก็ลดลงไปอีก
ทั้งนี้นายแพทย์ธนรักษ์ยังได้ยกตัวอย่างการตรวจหาเชื้อในชุมชนเสี่ยงที่ภูเก็ต จากการตรวจผู้เสี่ยงสูง 1,000 คน พบผู้ติดเชื้อเพียง 1 คนเท่านั้น
“ตัวอย่างที่สองคือ เรามีการระบาดที่ภูเก็ต เราทำการสืบสวนและพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในบางพื้นที่ ซึ่งเราก็ได้ส่งทีมไปตรวจทุกคนที่อยู่ในพื้นที่นั้น มากกว่า 1 พันคน ซึ่งเราพบผู้ติดเชื้อเพียง 1 คน จากจำนวนกว่าพันคน แม้แต่พื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง อัตราการตรวจพบเชื้อในไทยก็ยังต่ำมากๆ น้อยกว่า 1 ใน 1,000” รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายแพทย์ธนรักษ์ ยืนยันว่า ไทยอาจจะมีการตรวจหาผู้ติดเชื้อไม่มากเท่าเกาหลีใต้ แต่การตรวจอยู่ในระดับที่ควบคุมสถานการณ์ได้
ส่วนการผ่อนปรนมาตรการต่างๆจะเกิดขึ้นได้เมื่อใด นายแพทย์ธนารักษ์มองว่า จังหวัดที่สถานการณ์ดีน่าจะได้รับการผ่อนปรนมาตรการก่อน โดยตอนนี้ไทยมี 9 จังหวัดที่ยังไม่มีผู้ป่วยโควิด-19 และมี 44 จังหวัดที่ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่มาเกิน 14 วันแล้ว จังหวัดเหล่านั้นน่าจะได้รับการผ่อนปรนก่อน