สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพี (GDP) ในไตรมาสที่ 1 ระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคมของปี 2020 หดตัวลง 6.8 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นครั้งแรกที่จีดีพีไตรมาสแรกของจีนหดตัวลง นับตั้งแต่มีการบันทึกจีดีพีรายไตรมาสเมื่อปี 1992 ที่ผ่านมา จากปัจจัยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตและการใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศ
ทั้งนี้แม้จีนจะเริ่มกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศได้แล้วเป็นส่วนใหญ่ แต่นักวิเคราะห์ประเมินว่า ผู้กำหนดนโยบายของรัฐอาจจะต้องเผชิญกับความยากลำบากในการฟื้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ในขณะที่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าว เป็นตัวฉุดอุปสงค์ทั่วโลก
ขณะที่การเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจจีนมีขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยแนวทาง 3 ระยะสำหรับรัฐต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ และกฎระเบียบที่เข้มงวดในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
สำหรับแนวทาง 3 ระยะของทรัมป์ เช่น เริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวด แม้จะยังให้หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น หรือห้ามชุมนุมเป็นหมู่คณะ แต่เตรียมให้ร้านอาหาร ศาสนสถานหรือสถานที่เล่นกีฬากลับมาเปิดทำการได้ ก่อนจะไปสู่ระยะต่อไป คือ การเปิดโรงเรียน สถานศึกษา รวมถึงธุรกิจที่ไม่จำเป็น หากไม่พบการแพร่ระบาดซ้ำ ส่วนระยะสุดท้าย อนุญาตให้ทุกภาคส่วนดำเนินการได้ตามปกติ แต่กำชับว่า ในทุกระยะ จะต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขและการเว้นระยะห่างทางสังคม
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโรของบราซิล มีคำสั่งปลดนายลุยส์ เฮนริเก มันเดตตา (Luiz Henrique Mandetta) รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ออกจากตำแหน่งแล้ว หลังจากที่ทั้งคู่มีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับมาตรการรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศ ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโบลโซนาโร วิพากษ์วิจารณ์นายมันเดตตา ที่ขอความร่วมมือไปยังประชาชนให้ปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมและอยู่แต่ภายในบ้าน แต่ผู้นำบราซิลไม่เห็นด้วย เนื่องจากมองว่า เชื้อไวรัสดังกล่าวเป็นเพียงไข้หวัดทั่วไปเท่านั้น
Photo : STR / AFP