เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 6 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ จับกุมตัว นายกฤตภาส อำภูธร อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาแต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิ์ และพกอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวนายกฤตภาส ได้ที่บริเวณสำนักงานเทศบาลตำบลลาดยาว ขณะขับรถเบนซ์ สวมทะเบียนปลอม มาหาสาวคนหนึ่ง จากการตรวจค้นภายในรถ พบ อาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 ม.ม. พร้อมกระสุนปืน จึงยึดไว้ตรวจสอบ หลังจากนั้นได้ไปตรวจสอบห้องพักของนายกฤตภาส พบเครื่องแบบข้าราชการตำรวจติดยศพันตำรวจเอก
สำหรับพฤติกรรมของนายกฤตภาส ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 6 ได้รับเบาะแสว่านายกฤตภาส เป็นช่างรับเหมาก่อสร้าง มีพฤติการณ์ชอบแอบอ้างเป็นตำรวจระดับผู้กำกับการ และได้หลอกลวงหญิงสาวคนหนึ่ง จนหญิงสาว หลงเชื่อและเตรียมให้ฝ่ายชายมาทำพิธีหมั่นสู่ขอเพื่อแต่งงานกันในเร็วๆ นี้ แต่เนื่องจากเพื่อนผู้ร่วมงานของหญิงสาวคนดังกล่าวเกิดความสงสัย เพราะมีพิรุธหลายอย่าง จึงได้นำถ่ายภาพของนายกฤตภาส พร้อมกับนำประวัติส่งไปให้กับตำรวจภูธรภาค 6 ตรวจสอบ จึงพบความจริงว่า นายกฤตภาส ไม่ได้เป็นตำรวจอย่างที่กล่าวอ้าง จึงประสานตำรวจภูธร จ.นครสวรรค์ และตำรวจภูธรท้องที่ ให้ร่วมกันสืบสวนก่อนจะดำเนินการจับกุมตัว
จากการสอบสวนในเบื้องต้น นายกฤตภาส ระบุว่า เนื่องจากตนมีความใฝ่ฝันอยากเป็นตำรวจมาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่มีโอกาส และคิดว่าชุดเครื่องแบบตำรวจน่าจะช่วยคอยอำนวยความสะดวก ทั้งเรื่องธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง การเดินทาง จึงไปหาซื้อเครื่องแบบมาใส่ พร้อมกับติดยศพันตำรวจเอกระดับผู้กำกับ และจะใส่ชุดตำรวจเดินทางไปทำงานเป็นประจำ แต่หากไม่ได้สวมใส่ ก็จะเอาแขวนไว้ในรถ จะได้สะดวกเวลาเดินทางไปไหนแล้วเจอด่านตำรวจอวดอ้างเพื่อความสะดวกในการผ่านด่าน
ในระหว่างที่ตำรวจคุมนายกฤตภาสไปสอบปากคำ ปรากฏว่า มีบุตรสาวของนายกฤตภาส เดินทางมาที่โรงพัก ด้วยสีหน้าตื่นตกใจ หลังมีคนบอกว่า พ่อถูกจับในข้อหาอ้างตัวเป็นตำรวจหลอกแต่งงานกับหญิงสาว ตนจึงรู้สึกตกใจเนื่องจาก ไม่เคยทราบว่าพ่อมีพฤติกรรมแบบนี้มาก่อน ทั้งนี้ พ่อและแม่ ได้หย่าร้างกันนานกว่า 5 ปี ถึงแม้จะเลิกกันแล้ว แต่ก็ยังติดต่อไปมาหาสู่กันอยู่ ด้วยความห่วงใยจึงรีบลางานที่ทำอยู่ในอำเภอเมืองนครสวรรค์ แล้วรีบเดินทางมายัง สภ.ลาดยาว เพื่อช่วยประกันตัว