รองหัวหน้าพรรคกล้าเล็งปฏิรูปพื้นที่สีเขียวกรุงเทพฯ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หลังมีเหตุเจ้าหน้าที่กรุงเทพฯ ตัดต้นไม้ริมถนนจนกุด รองหัวหน้าพรรคกล้าเผย ต้องปฏิรูป ไม่ตัดต้นไม้โดยไม่จำเป็น และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ถึงมาตรฐานโลก

จากกรณีที่ นายพงศ์พรหม ยามะรัต รองหัวหน้าพรรคกล้า โพสต์เฟซบุ๊ก พร้อมติดแฮชแท็ก #ตัดทำไม หลังพบว่าต้นไม้บนถนนวิทยุกลับถูกจนเหลือแต่ตอ ซึ่งนายพงศ์พรหมชี้ว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่ถนนในกรุงเทพที่ยังเหลือความร่มรื่น ความเขียวครึ้มให้ได้ชื่นชม ทำให้สังคมออนไลน์แชร์ภาพและข้อความดังกล่าวแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการตัดต้นไม้ในกรุงเทพฯ จนเหลือแต่ตอ

ตัดต้นไม้

นิวมีเดีย PPTVHD36 ต่อสายตรงถึงนายพงศ์พรหม เพื่อสอบถามถึงประเด็นที่เกิดขึ้น

นายพงศ์พรหมเล่าให้ฟังว่า ตนทำงานเป็นหน่วยลาดตระเวนต้นไม้มานับสิบปี ชอบสำรวจ พื้นที่ใดต้นไม้เหลือไม่เท่าไหร่ ส่วนภาพที่โพสต์เมื่อวันที่ 24 และข 30 มี.ค. ที่ผ่นามา เนื่องจากช่วงกักตัวตามมาตรการสกัดโควิด-19 ทำให้ขาดการลาดตระเวน ปรากฏเมื่อดูอีกครั้งต้นไม้กลับถูกตัดจนเหี้ยนไปแล้ว พร้อมบืนยันมีภาพถ่ายเป็นหลักฐาน

บ่อยครั้งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมักอ้างว่า การตัดต้นไม้จนกุดเป็นไปเพื่อป้องกันไม่ให้ต้นไม้ล้มลงมาทับประชาชนหรือพาหนะยานยนต์ต่าง ๆ โดยเฉพาะยาวที่มีพายุ นายพงศ์พรหมจึงอยากถามว่า ทำไมสิงคโปร์ เวียดนาม มาเลเซีย ที่มีพายุเหมือนไทย จึงมีต้นไม้ใหญ่ได้ ในกัวลาลัมเปอร์ ไซง่อน หรือสิงคโปร์ซิตี้ ที่ผ่านมาไม่เคยมีเหตุต้นไม้ทับคนมาก่อน

“ในความจริงมันกลับกัน เพราะการตัดต้นไม้จนกุดจะทำให้ต้นไม้ป่วย ลองนึกภาพคนโดนบีบจมูก ไม่มีอากาศ ไม่แข็งแรง เหมือนกัน เมื่อต้นไม้โดนตัด ต้นไม้ก็รู้ตัวว่าตายแน่ ก็จะเร่งสร้างกิ่งใหม่ให้เร็วกว่าเดิม จากที่กิ่งความยาว 1 ฟุต ในเวลา 6 เดือน ก็ต้องเร่งเป็น 1 ฟุต 2 เดือน ซึ่งกิ่งเหล่านี้จะเปราะบางมาก เพราะมันฝืนธรรมชาติ” รองหัวหน้าพรรคกล้าอธิบาย

นายพงศ์พรหมอธิบายต่อว่า ต้นไม้ที่ถูกตัดจน “ฟอร์มไม่สวย” นั้นก่อให้เกิดปัญหาตามมา นอกจากจะทำให้กิ่งไม้เปราะหักง่าย เสี่ยงต่อการตกลงมาใส่ประชาชนแล้ว ในระยะยาว ต้นไม้ยังต้องดึงทรัพยากรในต้นมาใช้เยอะ ทำให้ลำต้นเปราะ รากไม่แข็งแรง ล้มได้ง่ายกว่าการตัด

เขากล่าวว่า “ประเทศใกล้เราอย่างเวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย เขาสร้างพื้นที่สีเขียวในเมืองได้ เพราะว่าเขามีการดูแลที่ถูกต้อง ซึ่งสำหรับกรุงเทพฯ เองก็ไม่ได้ยาก ไม่ต้องใช้คนเพิ่ม ใช้งบน้อยกว่านี้ (การตัดจนกุด) ด้วยซ้ำ แค่เล็มขอบเอา เรากำลังใช้ทรัพยากรสูงทำในสิ่งที่ผิด เราต้องลุกมาโวย”

อาชีพ “รุกขกร” คืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลและจัดการต้นไม้ใหญ่ ซึ่งปกติแต่ละเขตของกรุงเทพฯ จะมีการผึกอบรมบุคลากรของเขตให้ทำงานรุกขกรได้

“คนใช้บริการรุกขกรส่วนใหญ่เป็นเอกชน ราชการมักไม่ใช้รุกขกรมืออาชีพ ทั้งที่มาอบรมให้ แต่ก็ไม่สนใจ ผมประกาศด้วยชื่อผมเลยว่า ทุกเขตในกรุงเทพฯ รู้ว่าต้องใช้รุกขกร แต่ไม่ใช้ เรื่องนี้มีการพูดคุยมานาน ไม่รู้แล้วผิดยังคุยกันได้ สิบปีที่ผ่านมา ไม่น่ามีเขตไหนในกรุงเทพฯ ไม่รู้ เขตเหล่านี้ส่งตัวแทนมาอบรม 2-3 คน มีคนที่มีความรู้ แต่ตัดผิดหมดเลย ทำไมไม่ใช้ความรู้นี้ตัด ทั้งที่ประกาศว่าจะเพิ่มพื้นที่สีเขียว”

ญี่ปุ่นตัดต้น "ทิวลิป" นับแสนทิ้งหวั่นปชช.แห่ชมทำโควิด-19 ระบาด

ตัดต้นไม้, กทม., พื้นที่สีเขียวกรุงเทพฯ

นายพงศ์พรหมเสนอว่า ควรมีที่ปรึกษางานรุกขกรจากภายนอก ช่วยดูแลแต่ละเขต หากมีการตัดไม่ถูกต้อง หรือไปตัดต้นไม้ที่ไม่ป่วย ให้ผิดทันที ต้องตรวจสุขภาพก่อน ตรวจ 1 ต้นใช้เวลาเพียง 1 นาที รวมถึงควรนำบุคลากรทั้งเขตมาอบรม เพราะใช้ต้นทุนการอบรมเท่ากับอบรม 2-3 คน คล้ายกับที่ปรึกษารถไฟฟ้า ถนน ราง ซึ่งใช้เอกชนจากภายนอกเป็นที่ปรึกษา หรือเพื่อความโปร่งใสก็ใช้บุคลากรจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่ศึกษาเชี่ยวชาญ

รองหัวหน้าพรรคกล้ายังเสริมว่า การตัดต้นไม้แบบนี้ทำให้มลภาวะสูง เกิด PM 2.5 เพราะกรุงเทพฯ มีพื้นที่สีเขียวสำหรับกรองอากาศต่ำ

“ปัจจุบันกรุงเทพฯ มีพื้นที่สีเขียวอยู่ 5-6 ตรม.ต่อประชากร 1 คน สิงคโปร์ที่คนหนาแน่น แต่มีพื้นที่สีเขียว 66 ตรม./คน กัวลาลัมเปอร์มี 55 ตรม./คน ซึ่งตามมาตรฐานโลก ควรมีขั้นต่ำ 9-12 ตรม. ต่อประชากร 1 คน พูดง่าย ๆ คือเรามีพื้นที่สีเขียวน้อยกว่ามาตรฐานโลกครึ่งหนึ่ง หรืออย่างโตเกียวที่ตึกเยอะก็มีพื้นที่สีเขียว 9 ตรม./น เซี่ยงไฮ้ที่ก็มีตึกเยอะ มีพื้นที่สีเขียว 27 ตรม./คน เมืองเหล่านี้ พิสูจน์แล้วว่าความเจริญกับพื้นที่สีเขียวต้องอยู่ด้วยกัน”

ทั้งนี้ นายพงศ์พรหมเชื่อว่า ในอนาคตกรุงเทพฯ สามารถมีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นได้แน่นอน โดยดูจากความสนใจและเสียงจากประชาชนที่ร่วมแสดงความรู้สึกในโลกออนไลน์ หรือบางคนถึงขั้นเดินไปดูให้เห็นกับตาแล้วนำมาแชร์ แสดงให้เห็นว่าภาคประชาชนเห็นด้วยกับการงดตัดต้นไม้และเพิ่มพื้นที่สีเขียว

“คิดว่าใช้เวลาแค่ 10 ปีก็ทำได้ ไม่นาน กรุงเทพฯ พังจนไม่ไหวแล้ว ในฐานะพลเมืองกรุงเทพฯ คนหนึ่ง อยากทำให้กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่สีเขียว มีทางเท้าที่ดี คลองใส น้ำท่วมน้อยลง จะทำให้เกิดใน 10 ปีให้ได้” เขากล่าว

นายพงศ์พรหมยังเสริมว่า “ปัจจุบัน เราเริ่มรวมทีมกลุ่มรุกขกรในเขตปทุมวัน ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ริมถนน หน้าบ้าน ในซอย ทำกันเป็นเขต ดัน “ปทุมวันโมเดล“ ร่วมกับ ผอ.เขต เราจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้มากที่สุดในเขตนี้ก่อน ให้เขตอื่นทำตาม 10 ปีข้างหน้าต้องเป็นการปฏิรูปเพื่อลูกหลาน”

ปทุมวันโมเดล มีเป้าหมายที่จะ “สร้างพื้นที่สีเขียวให้ได้ 12-27 ตรม. ต่อประชากร 1 คน โดยไม่นับพื้นที่สวนลุมพินี ทั้งยังต้องเป็นพื้นที่สีเขียวที่มาจากน้ำมือของประชาชน ชุมชน และจะสร้างคลองให้เหมือนญี่ปุ่น ในน้ำมีปลา มีริมตลิ่งเป็นที่หย่อนใจ มีเลนจักรยาน ทางคนเดิน ทำเหมือนนิวยอร์ก ทำไฮไลน์เชื่อมหัวลำโพง-อ่อนนุช เชื่อมระหว่างสวนกับ BTS รวมถึงจะมีทางสัญจรให้คนเดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน”

 

ภาพจาก FB: Pongprom Yamarat

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ