ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. แถลงว่า สถิติการเดินทางของประชาชนทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล ขนส่งสาธารณะ และขนส่งสาธารณทางราง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้งหมด วันที่ 16 เม.ย.มีตัวเลขประชาชนเดินทาง 800,867 คน วันที่ 23 เม.ย. 848,028 คน และวันที่ 30 เม.ย. 962,398 คน เข้าใจว่าทุกคนคงสบายใจจึงผ่อนคลายตัวเอง ออกนอกบ้านมากขึ้น แต่ขอให้จดจำไว้ว่าการออกนอกบ้านมีความเสี่ยง เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อยังไม่เป็น 0 เราเชื่อว่ายังมีคนที่เป็นพาหะของโรคอยู่ในสังคม จึงขอให้ใส่หน้ากากอนามัยให้เหมือนเป็นอวัยวะหนึ่งของร่างกาย
ส่วนที่มีปรากฏภาพในโลกออนไลน์และทางสื่อมวลชนว่ามีการจราจรหนาแน่น มีการเดินทางไปต่างจังหวัดจำนวนมากในช่วงวันหยุดยาวนั้น ถือว่าน่ากังวลใจ เพราะข้อสำคัญของการป้องกันคือ การจำกัดการเคลื่อนย้ายคน เพราะคนเป็นแหล่งรังโรคและติดโรค ทุกประเทศทั่วโลกก็ใช้มาตรการจำกัดเคลื่อนย้ายประชากร แม้ตอนนี้เราอยู่ในช่วงผ่อนปรน แต่การเดินทางต้องไม่มากกว่าเดิม ไม่จำเป็นไม่ควรเดินทาง และขอให้ลดการเดินทาง
ทั้งนี้เมือเดินทางไปแล้วก็ขอให้อยู่แต่บ้าน ไม่ต้องไปพบปะสังสรรค์กับใคร ปรับตัวให้เข้ากับมาตรการของจังหวัดนั้นๆ อย่าไปทำให้เกิดความเสี่ยง ถ้า 14 วันนี้ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ยังต่ำ เราจะมีพื้นที่เปิดขยายไปได้มากกว่านี้ รวมถึงห้างสรรพสินค้า จึงขอให้ทุกคนให้ความร่วมมือด้วย
เมื่อถามว่าหากโดยสารเครื่องบินภายในประเทศจะต้องกักตัว 14 วันหรือไม่ และต้องมีใบรับรองแพทย์หรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า โดยหลักการต้องดูประกาศของจังหวัดที่เดินทางไปเป็นพื้นฐานก่อน ถ้าแต่ละจังหวัดมีข้อกำหนดอย่างไรก็ให้ดำเนินการตามนั้น ดูเป็นจังหวัดไป ส่วนใบรับรองแพทย์เป็นหลักการเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ในประเทศยังไม่เห็นข้อกำหนดดังกล่าว
ส่วนที่มีคำถามว่า รถยนต์ส่วนบุคคลต้องจำกัดปริมาณบุคคลในรถหรือไม่นั้น ยังไม่เห็นถึงรายละเอียดที่กำหนดลงไปถึงรถยนต์ส่วนบุคคล แต่หลักการก็ขอให้ใส่หน้ากากอนามัยป้องกันไว้ตลอด เพราะเราอยากให้ทุกคนช่วยกันป้องกันให้มากที่สุด ใกล้เคียงกับมาตรฐานสูงสุดที่เราอยากให้เป็นคือ อย่างน้อย 90%