กว่า 1 เดือนที่การปฏิบัติหน้าที่ของสายตรวจ สถานีตำรวจนครบาลสายไหม จัดชุดตามหาคนไม่ยอมเข้าบ้านหลังเวลา 4 ทุ่ม เช่นรายนี้ คนขับเป็นผู้หญิง ไม่ยอมหยุดรถให้ตรวจ โดยเธออ้างว่า มองไม่เห็นตำรวจและกำลังไปส่งเพื่อน
แม้การยืนสอบถามจะรักษาระยะปลอดภัยจากเชื้อไวรัส แต่การตรวจไม่ได้แค่ป้องกันคนออกจากบ้าน หากเจอบุคคลต้องสงสัยที่ออกมาในช่วงเวลาเคอร์ฟิวแบบเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น ก็ต้องตรวจค้นแบบใกล้ชิด ตำรวจจึงเป็นอาชีพเสี่ยงติดไวรัสโควิด-19 ฉะนั้นอุปกรณ์ป้องกันเชื้อโรคต้องมีพร้อมทั้งหน้ากากอนามัยและถุงมือยาง
คนนี้ออกจากบ้านช่วงเคอร์ฟิว เพราะทะเลาะกับสามี ทั้งคู่เป็นแรงงานก่อสร้างที่เจอปัญหางานรับจ้างน้อยลง รายได้ไม่พอส่งทางบ้าน จึงน้อยใจและออกจากเพิงพักช่วงเคอร์ฟิว
หน้าที่ตำรวจ ไม่ใช่แค่ป้องกันคนทำผิดกฎหมาย เมื่อเจอเหตุผลที่ทำให้คู่นี้เดือดร้อน อาหารที่ได้รับบริจาคจากกลุ่มคนใจบุญมา จึงส่งต่อช่วยเหลือกัน รูปแบบการทำงานของตำรวจชุดสายตรวจ ที่เรียกว่า นิว นอร์มอล หรือ ความปกติแบบใหม่ นอกจากชุดป้องกันไวรัส การลงพื้นที่จากรถจักรยานยนต์คันเดียวนั่งซ้อนท้ายไปกัน 2 คน เปลี่ยนเป็นใช้รถ 2 คัน ขับขี่ 2 คน
กระทั่งตั้งด่านสกัด ที่แต่ละนายใส่ชุดป้องกันเต็มรูปแบบ ก็ยังพอช่วยลดความเสี่ยงของหน้าที่ที่ต้องหลีกเลี่ยงผู้คนไม่ได้ แม้ข้อมูลของตำรวจทั่วประเทศตอนนี้ถูกสั่งกักตัวไปแล้ว 1,141 นาย เพราะใกล้ชิดกับตำรวจที่ติดเชื้อจำนวน 60 นาย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเขากลัวว่าตัวเองจะติดเชื้อหรือยัง หากแต่เป็นคนที่รออยู่ที่บ้านของพวกเขา
สำหรับท้องที่ สน.สายไหม ตั้งแต่ประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนไปแล้วกว่า 50 ราย และกว่า 90% ถูกจับจากชุดสายตรวจ ซึ่งการประเมินพื้นที่เสี่ยง จะมีข้อมูลจากสาธารณสุขในพื้นที่ ส่งให้รับทราบทุกวันว่ามีจุดใดบ้างที่เป็นพื้นที่แพร่ระบาดไวรัส ซึ่งตำรวจก็ปฏิเสธไม่ได้ ที่จะไม่เข้าไปในจุดการแพร่เชื้อ