วานนี้ (17 พ.ค. 2563) แฮชแท็ก #เรียนออนไลน์ กลายเป็นประเด็นร้อนแรง หลังจากที่กระทรวงศึกษาธิการ กำลังทดสอบการออกอากาศผ่านช่องทีวีดิจิทัล ระหว่างวันที่ 18 พ.ค. – 30 มิ.ย. 2563 เพื่อให้นักเรียน ผู้ปกครอง และครู เตรียมความพร้อม และปรับตัวก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ในวันที่ 1 ก.ค. นี้ ซึ่งมีผู้ปกครอง ได้พาบุตรหลานไปซื้ออุปกรณ์สำหรับเรียนออนไลน์ เช่น แท็บเล็ต โทรศัทพ์มือถือ มารองรับให้บุตรหลานของตนมาเรียนรู้ เพราะบางบ้านไม่มีโทรทัศน์ หรือไม่มีอุปกรณ์รองรับการเรียนการสอนผ่านออนไลน์ได้มากพอ
ล่าสุด มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “เสาวลักษณ์ จันทกนก” พนักงานสาวร้านขายโทรศัพท์มือถือ ได้โพสต์ภาพ พร้อมเล่าเหตุการณ์หลานสาวและยาย มาซื้อโทรศัพท์มือถือเพื่อ เรียนออนไลน์ ระบุว่า “อยากรู้จังเลยใครออกความเห็นเรื่องการเรียนผ่านออนไลน์ ดูสิ่งที่ท่านนำเสนอ แต่รู้มั้ยว่าความลำบากมันเกิดขึ้นแล้ว สำหรับคนที่เขามีทุนน้อย ดูเด็กคนนี้ต้องแคะกระปุกมาเพื่ออยากได้เรียนเหมือนเพื่อนๆ
นอกจากนี้ ยังมีผู้ปกครองของเด็กนักเรียนรายหนึ่ง ออกมาโพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่อง เรียนออนไลน์ จนมีการแชร์ และมีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก
โดยผู้ปกครองคนดังกล่าว ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุบางช่วงบางตอนว่า เรียนท่านผอ.ทุกโรงเรียน (ช่วยยื่นเรื่อง ความเดือดร้อนของผู้ปกครอง แก่ #กระทรวงศึกษาธิการ แทนผู้ปกครองด้วยคะ) ซึ่งมีการหยิบยกปัญหาออกมาเป็นข้อๆ เช่น
การที่จะมีการ เรียนออนไลน์ ได้นั้น เด็กนักเรียนจะต้องมีคอมพิวเตอร์ มีอินเตอร์เน็ต ซึ่ง ข้อนี้ ถือว่าสำคัญมาก หากไม่มีก็ไม่สามารถเรียนได้ นั้นหมายถึง บ้านไหนไม่มี 2 สิ่งนี้ ก็ต้องไปซื้อ เพื่อให้ลูกได้เรียน
เรียนออนไลน์ หากไม่มีผู้ใหญ่คอยนั่งอยู่ใกล้ๆ คุณคิดว่า เด็กๆ จะไม่เปิดไปหน้าอื่นบ้างเหรอคะ เช่น youtube , เกมส์ และอื่นๆ อีกมากมาย คุณคิดว่าเด็กๆ จะตั้งใจเรียนกันทุกคนเหรอค่ะ แล้วถ้าให้ผู้ปกครองคอยนั่งเฝ้าตลอดการเรียน แล้วผู้ปกครองจะเอาเวลาไหนไปทำงานหาเงิน และที่สำคัญ ถ้ามีลูกหลายคนผู้ปกครองจะสอนทันมั้ย
นอกจากนี้ เด็กเล็ก เช่น อนุบาล1-3 สมควรแล้วเหรอค่ะ ที่จะให้เด็กนั่งเรียนตรงหน้าจอนานๆ มีแต่ส่งผลเสียทั้งทางด้านสายตา สมาธิ ที่เด็กเล็ก ยังมีไม่มากพอ ที่จะอดทนนั่งฟังจนจบ ถ้าบ้านไหน ไม่ได้ให้ลูก เรียนออนไลน์ ด้วยเหตุผลจำเป็นของพวกเขา คุณคิดว่า เด็กๆ จะอายเพื่อนมั้ย เมื่ออาย ผลต่อมาคือ เด็กไม่อยากไปโรงเรียนในวันข้างหน้า
จึงขอให้ท่าน ผอ. ทุกโรงเรียนและกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาเรื่องนี้ด้วย เพราะคิดว่าส่งผลกระทบต่อผู้ปกครองหลายด้าน
พร้อมย้ำว่า ข้อมูลที่บรรยายทั้งหมดนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงกับโรงเรียนที่อยู่ในตัวเมือง และเกิดขึ้นจริงกับโรงเรียนเอกชนหลายแห่ง
ทำความเข้าใจ “การศึกษาทางไกลในช่วงโควิด-19” ก่อนเริ่มเรียน 18 พ.ค. 63 นี้
สะท้อนแง่มุมเมื่อระบบการศึกษา รับผลกระทบโควิด-19 จนเลื่อนเปิดเทอม..
แม่เครียด โดนพิษ โควิด-19 ไม่มีเงินจ่าย ค่าเทอม ลูกไม่ได้ เรียนออนไลน์