มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ Watchdog Thailand (WDT) ได้โพสต์ข้อความว่า ลงในเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า แฉแผนอุ้มฆ่าพี่เตี้ย มช.มีมากกว่าหนึ่งคนและทำเป็นขบวนการ บอกถึงขนดาว่ามีขบวนการคนเกลียดเตี้ย และไม่เชื่อว่าจะเป็นอุบัติเหตุ ตามที่ชายคนที่พาพี่เตี้ยออกจากม.เชียงใหม่ ให้การกับตำรวจ
นางสาวภัทรนันท์ สัจจารมย์ สัตวแพทย์และผู้ช่วยฝ่ายกฎหมาย มูลนิธิวอชด็อกไทยแลนด์ บอกว่า พฤติกรรมที่ชายคนดังกล่าวพาพี่เตี้ยขึ้นรถไปทางซอยเปลี่ยว ส่อเจตนาไม่ดี และอ้างถึงผลชันสูตรของศูนย์ชันสูตรโรคสัตว์ โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ระบุว่า "พบแผลถลอกของผิวหนังบริเวณหลัง ปลายขาหลัง และส่วนโคนของหาง ชั้นใต้ผิวหนังบริเวณดังกล่าวพบการคั่งเลือดและการบวมน้ำ บริเวณต้นคอมีแผลหลุมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลา0.5ซม.ลึกประมาณ 1เซนติเมตร จำนวน4แผล" โดยบอกว่าแผลเหล่านี้อาจเกิดจากการถูกยิง เพราะคืนวันที่ 3 พฤษภาคม วันที่พี่เตี้ยมช.หายไป มีคนได้ยินเสียงปืน 4 นัด
เบื้องต้นผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามไปยังสัตวแพทย์ที่ทำการชันสูตรซากพี่เตี้ยมช.ว่าแผลที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากการถูกยิงหรือไม่ แต่สัตว์แพทย์ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล
ย้อนไปดูผลการชันสูตรพี่เตี้ยมช. ที่ศูนย์ชันสูตรโรคสัตว์ โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยเมื่อวันที่ 8พฤษภาคม 2563 ระบุว่า
พบแผลถลอกของผิวหน้งบริเวณหลัง ปลายขาหลังและส่วนโคนของหาง ชั้นใต้ผิวหนังบริเวณดังกล่าวพบการคั่งเลือดและการบวมน้ำ บริเวณต้นคอมีแผลหลุมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง0.5ซม.ลึกประมาณ 1เซนติเมตร จำนวน4แผล พบการแตกของกระโหลกส่วนท้ายทอย ในช่องท้องพบการฉีกขาดของกระเพาะปัสสาวะ
วินิจฉัยสาเหตุการตายจากแผลที่ ขาหลัง , ช่วงล่างของลำตัว ร่วมกับการฉีกขาดของกระเพาะปัสสาวะ เกิดจากการถูกกระแทกอย่างรุนแรง
ส่วน รอยแตกของกระโหลกท้ายทอย อาจเกิดหลังจากเสียชีวิต เพราะไม่พบการอักเสบของเนื้อเยื่อและเลือดออก
ที่เป็นประเด็นก็คือบริเวณต้นคอมีแผลหลุมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง0.5ซม.ลึกประมาณ 1เซนติเมตร จำนวน4แผล หากวิเคราะห์จากขนาดแผลที่ไม่ถึง1 เซนติเมตร และลึกเพียง 1 เซนติเมตร ก็น่าคิดว่าจะใช่แผลถูกยิงหรือไม่ แผลถูกยิงควรจะใหญ่กว่านี้หรือไม่ หรือจะเป็นรอยถูกกัด เพราะก่อนหน้านี้แอดมินเพจเตี้ยมช.ก็บอกเองว่าเตี้ยมีแผลที่คอ ก่อนหายไปอยู่แล้ว
ด้านพ.ต.อ.กิตติพงษ์ เพ็ชรมุณี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรช้างเผือก บอกว่า ประเด็นข้อสงสัยเรื่องแผลที่พบบนร่างของพี่เตี้ย โดยเฉพาะที่สัตวแพทย์ระบุแผลลักษณะเป็นหลุม 4 หลุม ลึกประมาณ 0.5 ซม. ที่วอชด็อกออกมาบอกว่า พี่เตี้ยถูกลวงไปยิงทิ้ง พ.ต.อ.กิตติพงษ์ บอกว่า ข้อมูลผลการผ่าพิสูจน์ซากเป็นรายงานที่ส่งมาให้พนักงานสอบสวน ซึ่งข้อสงสัยถูกยิงก็อาจจะย้ำว่าอาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะเบื้องต้นไม่พบร่องรอยของหัวหรือปลอกกระสุน ถ้าหลังจากนี้มีพยานหลักฐานอะไรที่บ่งชี้ พนักงานสอบสวนอาจสอบสัตวแพทย์เพิ่มเติมถึงความเป็นไปได้ว่าเป็นร่องรอยจากอาวุธปืนหรือไม่ หรือ เป็นเพียงแค่รอยกัดของสัตว์ด้วยกัน
พ.ต.อ.กิตติพงษ์ บอกว่า จนถึงขณะนี้ ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาใดกับคนที่พาพี่เตี้ยมช.ออกจากม.เชียงใหม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่าง ๆ ตามที่ผู้ต้องสงสัยให้การ จุดไหนที่ปรากฏหลักฐานว่ามีการกระทำความผิดก็จะแจ้งข้อกล่าวหา
"ตำรวจต้องทำทุกอย่างภายใต้ข้อเท็จจริง หลักฐานไปถึงตรงไหนก็ดำเนินการตามหลักฐานปรากฏ ไม่ดำเนินคดีไปตามการชี้นำของใคร เพราะเป็นแค่คำกล่าวอ้าง"
ส่วนความคืบหน้าคดี วันนี้ได้ส่งรถจักรยานยนต์ของผู้ต้องสงสัยและหลักฐานอื่นๆ ส่งให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน คาดว่าอีกไม่นานจะได้ข้อสรุปทั้งหมด
ช่วงบ่ายที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนและ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเชียงใหม่ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ บริเวณป่าละเมาะ ถนนพระนาง หลังมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลลานนาเชียงใหม่ เพื่อตรวจร่องรอยบริเวณจุดที่พบซากพี่เตี้ย และหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมอีกครั้ง ตามคำให้การของผู้ต้องสงสัยที่อ้างว่าไปรับพี่เตี้ยพาไปเที่ยว แต่พี่เตี้ยกระโดดลงจากรถและถูกรถจักรยานยนต์ทับบริเวณดังกล่าว เมื่อเดินลงไปดูคิดว่าพี่เตี้ยตายแล้วจึงนำซากไปโยนบริเวณจุดที่พบซาก