ในช่วงก่อนปี 2000 ช่วงนั้นเป็นยุคที่ United Airlines กำลังเฟื่องฟู แต่ความรุ่งโรจน์ก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะเมื่อเริ่มเข้าสู่ปี 2000 United Airlines ก็ไม่สามารถควบคุมต้นทุนได้ ซึ่งเกิดขึ้นหลายปัจจัย ตั้งแต่การเพิ่มเงินเดือนกัปตันถึงร้อยละ 28 ไปจนถึงปัจจัยภายนอกอย่าง สภาพเศรษฐกิจทรุดตัว ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ไปจนถึงเหตุการณ์ก่อการร้าย 911 ที่เครื่องบินที่พุ่งชนตึกเวิล์ดเทรดเป็นของสายการบิน United Airlines จนทำให้คนจำนวนมากกลัวที่จะขึ้นเครื่องบินของ United Airlines และธุรกิจการบินโดยรวมซบเซาอย่างหนัก
จนสุดท้ายในปี 2002 United Airlines ไม่สามารถจ่ายหนี้ราวหนึ่งพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไหว
ในปีเดียวกัน United Airlines จึงตัดสินใจยื่นคำร้องฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลาย เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองจากศาล ด้วยการไม่ต้องชำระหนี้
โดยในระหว่างนั้นสายการบินยังดำเนินกิจการต่อไปในสภาพล้มละลาย และพยายามฟื้นฟูกิจการด้วยการลดต้นทุน สิ่งที่ United Airlines ทำคือ
1.ปลดพนักงานราว 20,000 คน จากทั้งหมดราว 80,000 คน หรือราวร้อยละ 30
2.ปิดออฟฟิศขายตั๋วเครื่องบินทั้งหมดในสหรัฐฯ
3.ยกเลิกสายการบินในประเทศและนอกประเทศหลายเส้นทาง
4.ลดจำนวนเครื่องบินลงร้อยละ 20 เหลือ จาก 557 ลำ เหลือ 460 ลำ
5.ลดต้นทุนการบริหารกิจการ เช่น มื้ออาหารที่ให้บริการบนเครื่องบินก็จะไม่ฟรีอีกต่อไป
6.ยกเลิกเงินบำนาญของพนักงานเกษียณ ที่ตอนนั้นเป็นนโยบายที่เป็นที่ถกเถียง และถูกต่อต้านจากพนักงานมากที่สุด
แผนการลดต้นทุนข้างต้นทำให้ United Airlines ลดต้นทุนไปได้ราวร้อยละ 20 หรือ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี
จนสุดท้ายในปี 2006 United Airlines สามารถกลับมาดำเนินกิจการได้ตามปกติจนถึงทุกวันนี้