วันนี้ 28 พ.ค. 2563 การประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ระหว่างกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กับหน่วยงานในความดูแล 107 แห่ง ได้แก่ บ้านพักเด็กและครอบครัว ทุกจังหวัด 77 แห่ง และสถานสงเคราะห์ทั่วประเทศ 30 แห่ง เป็นวาระการประชุมที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือนแต่ครั้งนี้มีประเด็นพิเศษ คือการเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังในพื้นที่ ไม่ให้มีการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กและเยาวชน หลังจากที่มีกรณี “แม่ปุ๊ก” โพสต์ภาพเด็กสองคนขอรับเงินบริจาค
โดยนางสุภัชชา สุทธิพล อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน เปิดเผยว่า กรณี"แม่ปุ๊ก" ถือเป็นกรณีศึกษา ที่กรมกิจการเด็กฯ ต้องเน้นย้ำกับหน่วยงานให้ลงไปตรวจสอบหากพบการโพสต์ภาพเด็กเพื่อขอรับเงินบริจาค เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีก
ส่วนอาการของเด็ก 2 ขวบที่อยู่ในความดูแลของกรมกิจการเด็กฯ นางสุภัชชา เปิดเผยว่า ตอนนี้สภาพร่างกายและจิตใจโดยรวม อยู่ในเกณฑ์ปกติ รับประทานอาหารได้ ไม่ร้องไห้เหมือนวันแรก ๆ เด็กอยู่ในสถานที่ปลอดภัย มีผู้มีความรู้เรื่องการดูแลเด็กหลังออกจากโรงพยาบาล ดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเด็กจะอยู่ในความดูแลของกระทรวง พม. 6 เดือน
จากนั้นจะต้องส่งต่อให้ผู้ดูแล หากผลสอบสวนพบว่าครอบครัวแม่ปุ๊กไม่เกี่ยวข้องกับคดี เจ้าหน้าที่จะเข้าไปประเมินความพร้อมว่าเด็กควรไปอยู่กับญาติคนไหน หากญาติไม่พร้อม ก็จะหาครอบครัวอุปถัมภ์ หรือหนทางสุดท้ายคือสถานสงเคราะห์ แต่จะพยายามให้เด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมความเป็นครอบครัวก่อน
พม.แนะแจ้งสายด่วน 1300 หากพบเด็กถูกกระทำรุนแรง
นางสุภัชชา เสริมว่า นอกจากเรื่องของการบริจาคเงินแล้ว กรณีนี้ยังเป็นอุทาหรณ์ในเรื่องของการดูแลเด็ก ที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องเอาใจใส่เลี้ยงดู และไม่กระทำความรุนแรงต่อเด็ก เพราะหากเด็กได้รับการเลี้ยงดูด้วยความรุนแรง ก็มีโอกาสสูงที่จะซึมซับพฤติกรรมนั้น แล้วโตมาเป็นผู้กระทำอย่างที่เขาเคยถูกกระทำมาก่อน ซึ่งหากไม่พาเด็กออกมาจากสภาพแวดล้อมดังกล่าว ก็จะกลายเป็นวัฏจักรของความรุนแรง ที่ไม่จบสิ้น หากพบเห็นการการกระทำดังกล่าว ให้โทรศัพท์แจ้งสายด่วน พม. 1300 หรือปรึกษาบ้านพักเด็กและครอบครัวทั่วประเทศ
คนที่เคยบริจาค เผยผิดหวัง "แม่ปุ๊ก" หลอกรับเงินช่วยลูก
กองปราบ เร่งขยายผลคดี“แม่ปุ๊ก” พบเงินหมุนเวียนกว่า 20 ล้าน