คำยืนยันความสัมพันธ์จากพยาน ของนางสาวณัฐนันท์ สิริสุขธนานนท์ พร้อมทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เดินทางมาให้ข้อมูลกับตำรวจ สน.ท่าข้าม และใช้ในการแจ้งความฐานยักยอกทรัพย์ หวย 12 ล้านบาท กับนายวรายุ สุขสวัสดิ์ สามี พยานยืนยันว่าเห็นทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยาตั้งแต่อยู่คอนโดมิเนียม จนมาอยู่บ้าน โดยฝ่ายชายยจะเรียกฝ่ายหญิงว่าคุณ และฝ่ายหญิงจะเรียกฝ่ายชายว่า พี่แป๊ะ
นางณัฐนันท์ อ้างว่า ความสัมพันธ์ของเธอแม้จะไม่ได้จดทะเบียนกับนายวรายุ แต่ก็อยู่กินกันมานาน และรักนายวรายุ มาโดยตลอด แม้ฝ่ายชายจะเข้ามาในชีวิตแบบไม่มีอะไรเลย แต่ก็แบ่งปันกันมาเสมอ ซึ่งสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 12 ล้านบาท ทำให้ความสัมพันธ์เปลี่ยนไป หลังนายวรายุ ทิ้งเงินให้เพียง 4 แสนบาท ซึ่งการแจ้งความครั้งนี้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม และแสดงให้เห็นว่าตัวเองมีกรรมสิทธิ์ร่วมในเงิน 12 ล้านบาท เพราะเป็นคนเอาเงินซื้อสลาก 500 บาท 5 ใบ โดยระบุว่า ต้องการเลข 27 และก็พร้อมจะพูดคุยปรับความเข้าใจกัน และอยากให้นึกถึงในวันที่ลำบากด้วยกันมา และยืนยันว่า สลากงวดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ซื้อร่วมกับนายวรายุ ที่วัดพระศรีอารย์ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี
นางสาวณัฐนันท์ บอกอีกว่า นอกจากเงินที่ถูกรางวัล จะไม่แบ่งให้อย่างเหมาะสมแล้ว ยังมีรถยนต์กระบะที่มีชื่อตัวเองเป็นเจ้าของ และนายวรายุ ใช้เงินเกือบ 4 แสนบาท ไปเอารถออกมาจากไฟแนนซ์ ใช้ขับหนีไปด้วย ซึ่งประเด็นนี้จะไม่แจ้งความ ขอเพียงนายวรายุ ขับรถมาคืนเท่านั้น ส่วนประเด็นเรื่องการเล่นการพนันหรือการพนันออนไลน์ ยืนยัน ตัวเองไม่ได้เล่นและไม่มีหนี้จากเรื่องนี้ตามที่เป็นกระแสข่าว
ด้านทนายรณรงค์ ระบุว่า สาเหตุที่ต้องนำพยาน มาให้ข้อมูล เพื่อมุ่งประเด็นความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เพราะตามกฎหมายนางสาวณัฐนันท์ มีสิทธิ์ที่จะได้รับเงินรางวัลร่วมกัน เพราะถือเป็นกรรมสิทธิ์ร่วม แม้จะไม่ได้จดทะเบียนสมรสก็ตาม ซึ่งการอยู่กินด้วยกันโดยมีพยานยืนยัน ถือเป็นสามีภรรยากันโดยพฤตินัย
ทีมข่าวได้พูดคุยกับนายวรายุ ระบุ หลังทราบข่าวว่า นางสาวณัฐนันท์ นำทนายความ และพยานไปแจ้งความ ฐานยักยอกทรัพย์ เรื่องนี้นายวรายุ อ้างว่าตนไม่ได้เป็นอะไรกัน และสลากตัวเองก็ยังยืนยันว่าเป็นคนซื้อเอง จะยักยอกทรัพย์ได้อย่างไร และเตรียมจะปรึกษาทีมนักกฎหมายเพื่อต่อสู้ในประเด็นนี้
นายวรายุ ระบุว่าความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับนางสาวณัฐนันท์ เป็นเพียงลูกจ้างกับนายจ้าง เพราะตัวเองจะเรียก นางสาวณัฐนันท์ว่า เจ๊ มาโดยตลอด เช่นเดียวกับลอตเตอรี่ที่ซื้อ 5 ใบ เป็นลอตเตอรี่ที่ไม่ถูกรางวัล ส่วนที่ถูกรางวัล ตัวเองไปแยกซื้อมาต่างหาก ซึ่งในวันที่ไปขึ้นรางวัลก็ไปขึ้นด้วยกัน ซึ่งนางสาวณัฐนันท์ ก็ยอมรับว่าสลากที่ซื้อ 5 ใบไม่ถูกรางวัล แต่ก็น่าแปลกที่เพิ่งจะมามีปัญหา เพราะขึ้นรางวัลนานกว่า 3 เดือนแล้ว
ส่วนเรื่องเงิน 12 ล้านบาท นายวรายุยืนยัน ไม่ได้แบ่งให้แค่ 4 แสนบาท เพราะให้เงินไปลงทุน รวมถึงซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน รวมๆ แล้ว เกือบล้านบาท ส่วนเรื่องรถกระบะ นายวรายุ ยืนยัน เป็นข้อตกลงกัน ว่า ถ้าสามารถนำเงินไปถอนจากไฟแนนซ์ได้ นางณัฐนันท์ จะโอนเป็นชื่อตัวเอง ซึ่งก็ไม่ได้ทำตามข้อตกลง