เช่นเดียวกับ “มาดอนนา” นักร้องชื่อดังที่ออกไปร่วมเคลื่อนไหวในกรุงลอนดอนด้วย
สถานการณ์การประท้วงสงบตลอดทั้งวัน ก่อนจะมีการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ใกล้อาคารรัฐสภาในย่านเวสต์มินสเตอร์ กลางกรุงลอนดอน หลังกลุ่มผู้ประท้วง เปิดฉากขว้างขวดน้ำ กรวยจราจร พร้อมปาพลุ และระเบิดควันเข้าใส่กำลังตำรวจที่ตรึงกำลังรักษาความปลอดภัย ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุม และจับกุมผู้ประท้วง 12 คน มีรายงานเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย
ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงในเมืองบริสตอล ใช้เชือกโค่นรูปปั้นสัมฤทธิ์ “เอ็ดเวิร์ด โคลส์ตัน” นักค้าทาสชื่อดังในศตวรรษที่ 17 ลงมาจากฐานของรูปปั้น ก่อนจะลากไปตามถนน และนำไปทิ้งลงแม่น้ำ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องด้วยความยินดีของผู้ชุมนุม
นอกเหนือจากการประท้วงในอังกฤษแล้ว ยังมีการเคลื่อนไหวในหลายประเทศทั่วโลก โดยในกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาและฉีดน้ำสลายการชุมนุม ส่วนผู้ประท้วงหลายพันคนในสเปน รวมตัวด้านนอกสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงมาดริด พร้อมตะโกนคำว่า “ผมหายใจไม่ออก” ซึ่งเป็นคำพูดของ จอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสีที่ถูกตำรวจใช้เข่ากดคอขณะเข้าจับกุม
ขณะที่ผู้ประท้วงหลายพันคนในกรุงโรมของอิตาลี พร้อมใจกันนั่งคุกเข่ากลางแจ้ง เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับฟลอยด์ ส่วนผู้ประท้วงในฮ่องกง ชุมนุมหน้าสถานกงศุลสหรัฐฯ ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมา
ผู้บริหารฮ่องกงกล่าวหา "ทรัมป์" สองมาตรฐานรับมือม็อบ
อียู สะเทือนใจปม “จอร์จ ฟลอยด์” เตือนหยุดยั้งความรุนแรง