นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีการแชร์ลิงก์เอกสารซึ่งเป็นหนังสือจากกระทรวงกลาโหม ถึงสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. โดยมีเนื้อหาขอให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือส่งข้อมูลตำแหน่งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ย้อนหลัง 14 วัน ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 4 ประกอบ มาตรา 25 ที่ให้การคุ้มครองประชาชนไว้ และยังเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 อีกด้วย แม้ว่าทางกระทรวงกลาโหมจะชี้แจงว่าเป็นเพียงการระดมความคิดเห็น เพื่อหาแนวทางการป้องกันการระบาดของโรค โควิด-19 แต่แนวคิดและการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดกฎหมาย และละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง ทางสมาคมฯจึงเตรียมร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในวันที่ 10 มิ.ย. 2563 เวลาประมาณ 10.30 น. เพื่อให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวต่อไป
กลาโหม ยอมรับ หนังสือขอตำแหน่งสัญญาณมือถือปชช.ของจริง ใช้คุมโควิด-19
ขณะที่ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจกรรมโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า หนังสือที่กระทรวงกลาโหมส่งมาขอข้อมูลโทรศัพท์มือถือของประชาชนนั้น เป็นการประสานงานในช่วงเกิดสถานการณ์ โควิด-19 กับผู้ที่ไปสนามมวยลุมพินี เพื่อติดตามกลุ่มเสี่ยงจากการติดเชื้อ โดยกระทรวงกลาโหมได้ประสานงานไปยังกรมควบคุมโรค เพื่อให้สำนักงาน กสทช.ประสานไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ เพื่อจะได้ติดตามประวัติของกลุ่มเสี่ยงจำนวน 100 เลขหมายเท่านั้น
นอกจากนี้ยังได้มีการสร้างแอพพลิเคชันเพื่อส่งข้อมูลไปยังกรมควบคุมโรค ดังนั้นกรณีดังกล่าวจึงไม่เกี่ยวกับการใช้งานแอพพลิเคชันไทยชนะแต่อย่างใด และยืนยันว่าไม่ได้ละเมิดสิทธิข้อมูลส่วนบุคคลอย่างแน่นอน
ขณะที่ก่อนหน้านี้ฝั่งกระทรวงกลาโหม โดย พล.อ.รักศักดิ์ โรจน์พิมพ์พันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน ได้เคยออกมาชี้แจงโดยยอมรับว่า การขอข้อมูลมือถือดังกล่าวเพื่อประโยชน์ต่อการสอบสวนโรค และได้มีการพูดคุยในประชุมวงเล็ก โดยเรียกฝ่ายทางเทคนิคมาสอบถามว่าสามารถเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะขอติดตามสัญญาณโทรศัพท์ของผู้ติดเชื้อ โควิด-19 และผู้ใกล้ชิดทั้งหมด พร้อมยกตัวอย่างกรณีคนในสนามมวย ว่า หากรู้ข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ทั้ง 2,800 คนในสนามมวย ก็จะสามารถส่งข้อความไปแจ้งเตือนได้ทันที
รวมทั้งได้เชิญผู้ประกอบการค่ายมือถือทั้ง 5 ค่าย โดยมี กสทช. และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้ามาควบคุมอีกชั้นหนึ่ง โดยการจัดทำโปรแกรมกรมควบคุมโรค จนได้ข้อสรุปว่าสามารถทำได้
สำหรับเรื่องที่มีหลายฝ่ายมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน พล.อ.รักศักดิ์ ยืนยันว่า กระทรวงกลาโหมไม่ได้นำข้อมูลของประชาชนไปทำอะไร เป็นเพียงการระดมความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางการป้องกันการระบาดของโรคเท่านั้น และโปรแกรมดังกล่าวก็ยังไม่ได้บังคับใช้เพราะเพิ่งทำเสร็จไม่นาน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบระบบเพื่อเตรียมความพร้อมหากมีการระบาดของโรค โควิด-19 ในรอบที่สองต่อไป