พนักงานทำความสะอาดกำลังเตรียมห้องพักสำหรับลูกค้า ที่จะเดินทางมาเช็คอินช่วงเดือนมิ.ย.นี้ ที่ตำนานป่ารีสอร์ท จังหวัดระยอง ส่วนมุมสวนอาหารของที่นี่ ต้องนำโต๊ะเก้าอี้ออก 50 % จัดระยะห่างระหว่างโต๊ะ1-2 เมตร แยกชุดทานอาหาร 1 ต่อ 1 และตรวจวัดอุณหภูมิลูกค้าอย่างเคร่งครัด มาตรการที่เข้มข้น ประกอบกับคนยังไม่กล้าเดินทาง ส่งผลให้ในช่วงแรกผู้ประกอบการมีลูกค้าราว 5-10 % เท่านั้น ขณะที่ต้นทุนการคัดกรองก็ทำให้ผู้ประกอบการมีภาระสูงขึ้น
ซึ่งหากสถานการณ์เศรษฐกิจยังฟื้นตัวช้าแบบนี้ จึงมีความจำเป็นที่ผู้ประกอบการจะต้องพึ่งพา เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 2 % ต่อปี หรือซอฟต์โลน ที่รัฐบาลออกมาสนับสนุบสนุนเสริมสภาพคล่องธุรกิจและรักษาการจ้างงาน แต่เงื่อนไขต่างๆที่ค่อนข้างมาก ทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวกว่า 3,000 ราย ที่ขอกู้เข้าถึงสินเชื่อได้ยาก
เช่นเดียวกันพื้นที่หัวหิน-ชะอำ ที่โรงแรมเริ่มมีการเตรียมเปิดบริการภายใต้กฎระเบียบแบบ New Normal แล้ว และโรงแรมกว่า 80 แห่ง ต่างเตรียมโปรโมชั่นลดสูงสุดถึง 50 % เพื่อสอดรับนโยบายกระตุ้นไทยเที่ยวไทยของรัฐ ซึ่งโรงแรม ก็ต้องการซอฟท์โลน มาเสริมสภาพคล่องเช่นกัน แต่ในหัวหิน ก็มีโรงแรมเพียง 10% ที่เข้าถึงเงินกู้ก้อนนี้ ด้านธนาคารออมสิน ยอมรับว่า การปล่อยกู้ซอฟท์โลน กลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยว ปล่อยสูงสุดไม่เกิน 20 ล้านต่อราย ภาพรวมปล่อยได้น้อยกว่าวงเงินที่ตั้งไว้ เพราะส่วนใหญ่ขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน ข้อมูล ณ วันที่ 10 มิ.ย. อนุมัติแล้ว 6,000 กว่าล้านบาท จากวงเงิน 10,000ล้านบาท จึงต้องให้ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. มาค้ำประกันเพิ่ม โดยคาดว่าจะพิจารณาและอนุมัติวงเงินได้ครบภายใน 2 เดือนจากนี้
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มองปัญหาที่เกิดขึ้นจากความ ไม่มั่นใจในการชำระหนี้คืนของผู้ประกอบการรายเล็ก ดังนั้น นอกจากจะให้ บสย. เข้ามาค้ำเพิ่ม และแบงก์ต้องวางแผนสำหรับวงเงินกู้ที่อาจมีปัญหาชำระหนี้ในอนาคต จากการฟื้นตัวอย่างช้าๆของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกด้วย
ธ.ออมสิน ปล่อยซอฟต์โลนแล้ว 1.08 แสนล้าน ช่วยผลกระทบ โควิด-19