จากภาพจะเห็นได้ว่ามีคนนำหน้ากากอนามัย ไปใส่ไว้ในช่องแอร์ของรถโดยสารสาธารณะ ซึ่งภาพดังกล่าว ถูกโพสต์ในเพจเฟซบุ๊ก “หมอแล็บแพนด้า” หรือ นักเทคนิคการแพทย์ ภาคภูมิ เดชหัสดิน หรือหมอแม็กซ์ หัวหน้างานตรวจโรคติดเชื้อทางโลหิตวิธีอณูชีววิทยา ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โดยทางหมอแล็บยืนยันว่า การเอามาสก์ไปยัดช่องแอร์แบบนี้ มันจะทำให้เชื้อไวรัสฟุ้งกระจายได้ ไม่ควรทำ
ทั้งนี้ โพสต์ดังกล่าวมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย บางรายระบุว่าประชาชนควรช่วยกันสอดส่องกันเอง และต้องแนะนำหากใครไม่ปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันตามมาตรการที่ทางรัฐประกาศ เพื่อรณรงค์ป้องกันการกลับมาแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่
ด้านนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเผย มีความเป็นห่วงนักเรียนในช่วงเปิดเทอม 1 กรกฎาคม ที่ต้องมีการเดินทางด้วยรถสาธารณะ เพราะที่ผ่านมาเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นในต่างจังหวัดหรือเมืองหลวง เด็กๆ จะรวมตัวกันไม่ว่าจะเป็นรถสองแถว รถตู้ รถโรงเรียน เรียกได้ว่ามีปริมาณที่แออัดเกินไป
ทั้งนี้ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าแต่ละโรงเรียนก็มีมาตรการดูแล ซึ่งตอนนี้กระทรวงศึกษาธิการกำลังอยู่ระหว่างการเก็บข้อมูล และให้แต่ละโรงเรียนนำเสนอแนวทางที่เหมาะสมเข้ามา ส่วนโรงเรียนไหนที่สามารถตัดสินใจหรือมีความยืดหยุ่นได้ก็สามารถดำเนินการได้เลย เพื่อทำให้การศึกษาเดินหน้าต่อไปได้
ด้าน นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากที่กระทรวงสาธารณสุข ได้ประสานให้กรุงเทพมหานครปฏิบัติการเฝ้าระวัง และ ตรวจเชื้อ เชิงรุก ด้วยการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในน้ำลาย ซึ่งกรุงเทพมหานครมีการสุ่มตรวจในหลากหลายอาชีพ หนึ่งในนั้นคือ ข้าราชการครูและบุคลากรที่ปฏิบัติงานในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครได้ผลออกมาว่า ยังไม่พบผู้ติดเชื้อแต่อย่างใด จึงคลายกังวลเรื่องการ เปิดเรียน 1 กรกฎาคมนี้ สามารถเบาใจได้ในระดับหนึ่ง
ขณะที่ช่วงนี้ยังเป็นช่วงของการเรียนออนไลน์ของนักเรียนที่ต้องเรียนอยู่ที่บ้าน ล่าสุด นายแพทย์เกรียงไกร นามไธสง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์(วัดไร่ขิง) เผย การใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แท็ปเล็ต หรือโทรศัพท์มือถือในการเรียนนานๆ ต้องใช้สายตาเพ่งหน้าจอมากเกินไป แม้จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อตาอย่างเฉียบพลัน แต่ทำให้เกิดความไม่สบายตา ระคายเคือง และเป็นปัญหารบกวนการใช้สายตาอยู่เสมอ
ดังนั้นขอแนะนำวิธีถนอมดวงตาเบื้องต้นได้ด้วยวิธีการ กระพริบตาบ่อยๆ เมื่ออยู่หน้าจอป้องกันดวงตาแห้ง //ถ้าตาแห้งให้ใช้น้ำตาเทียม พักสายตาเป็นระยะๆ ทุก 20-30 นาที ให้พักจากจอประมาณ 30-60 วินาที โดยให้มองไปไกลๆ หรือหลับตา //ถ้าต้องอยู่หน้าจอนานกว่าครึ่งชั่วโมง ก็ให้พักการทำงานทุก 1-2 ชั่วโมง ประมาณ 5-15 นาที
อาจใช้แผ่นกรองแสงจากหน้าจอ หรือใส่แว่นกรองแสง ปรับแสงหน้าจอให้พอเหมาะไม่ให้จอสว่างเกินไปไม่ทำงานในที่มืดวางจอในระยะที่เหมาะสม ไม่ต้องเพ่ง โดยเฉลี่ยนประมาณ 45-50 เซ็นติเมตร
นอกจากนี้ ขอให้ รับประทานอาหารช่วยบำรุงสายตา ลดความเสี่ยงจอประสาทตาเสื่อม ได้แก่ ผักผลไม้ที่มีสีเหลืองส้มอาทิ แครอท ฟักทอง ผักใบเขียว เช่น คะน้า ปวยเล้ง ฯลฯ และควรดื่มน้ำให้เพียงพอเนื่องจากการดื่มน้ำบ่อยๆจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ดวงตาได้ด้วย