พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนแก๊งเครือข่ายยาเสพติด "แก๊งดาวเรือง" เปิดเผยกรณีร้านทองย่านวังบูรพาปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินให้ “แก๊งดาวเรือง” ขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้น เพราะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านระบบร้านทองให้เป็นนิติบุคคล
โดย พล.ต.อ.สุชาติ ยืนยันว่า ตำรวจมีหลักฐานว่าร้านทองแห่งนี้ ได้รับการโอนเงินจากผู้ค้ายาเสพติดหลายราย และต้นทางการโอนเงินมาจากพื้นที่หลายจังหวัด แต่ละครั้งโอนเงินมาจำนวนมากผิดวิสัยการซื้อทองทั่วไป ซึ่งผู้ที่โอนเงินเข้ามาไม่ได้มีเฉพาะจากแก๊งดาวเรืองเท่านั้น
พล.ต.อ.สุชาติระบุว่า แต่ยังมีเครือข่ายอื่น ๆ ด้วย ซึ่งร้านทองปกปิด ไม่แจ้งรายละเอียดการทำธุรกรรมให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ทราบ กจึงเป็นการเอาเงินร้ายมาปนกับเงินดี เพื่อปกปิดหรือซุกซ่อนแหล่งที่มาของทรัพย์สิน ครบองค์ประกอบความผิดฐานฟอกเงินแล้ว ซึ่งการที่ร้านทองปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ว่าตำรวจก็มีหลักฐานยืนยันชัดเจน
สำหรับคดีนี้ สืบเนื่องมาจากตำรวจออกหมายจับกรรมการผู้จัดการร้านทองย่านวังบูรพาในข้อหา “ฟอกเงิน“ หลังพบมีรายได้เพิ่มขึ้นผิดปกติจาก 41 ล้านบาท เป็นกว่า 3 พันล้านบาทในช่วงปี 2558-2561 และพบหลักฐานการได้รับโอนเงินจำนวน 1.5 ล้านบาทจาก น.ส.ดาวเรือง สมแสง ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ที่ใช้ร้านทองเป็นแหล่งฟอกเงินที่ได้จากการขายยาเสพติด