คดีนี้นับว่าเป็นอีกคดีหนึ่งที่กระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ ทำให้รัฐบาลต้องแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง มีการจัดพนักงานสอบสวนชุดใหญ่ทำงานร่วมกับอัยการตั้งแต่ในชั้นสอบสวน และมีการออกหมายจับนายทหารระดับนายพลอย่าง พลโทมนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ปัจจุบันอยู่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำเนื่องจากศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว
พลตำรวจตรี ปวีณ พงษ์สิรินทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮิงญา เปิดเผยกับ "ทีมข่าวพีพีทีวี" ว่า ขณะนี้คณะพนักงานสอบสวน ซึ่งประกอบไปด้วย คณะอัยการ ร่วมกับพนักงานฝ่ายสอบสวนของตำรวจ ได้ทำงานร่วมกันมาโดยตลอด ผลการสอบสวนคืบหน้าไปด้วยดี
ตามกำหนดระยะเวลาเดิมที่กำหนดเอาไว้ว่าจะต้องสอบสวนให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 มิถุนายน ไม่เกินวันที่ 19 มิถุนายนนั้น ปรากฏว่ามีประเด็นสำคัญของคดีที่ต้องเก็บตกอีกจำนวนมาก จึงได้ยืดระยะเวลาออกไปเป็นวันที่ 24 มิถุนายน คาดว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้นทั้งหมด
สำหรับเรื่องพยานหลักฐานในคดี ได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาร่วมทำงานกับคณะพนักงานสอบสวนด้วย ทำให้มั่นใจว่าพยานหลักฐานมีความรอบคอบรัดกุม น่าจะสามารถเอาผิดกับผู้ต้องหาได้ทุกคนตามที่ออกหมายจับไป
ในส่วนของหมายจับ ออกไปแล้วทั้งหมด 89 หมาย ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม มอบตัว และอายัด จำนวน 55 ราย ยังเหลือที่หลบหนีอีก 34 ราย โดยผู้ต้องหา 2 รายล่าสุดเป็นชาวบังคลาเทศและชาวพม่า ทั้งสองคนเป็นผู้ต้องกักที่จะต้องผลักดันตามกรรมวิธีของสำนกักงานตรวจคนเข้าเมือง อยู่ที่จังหวัดพังงา โดยขณะนี้นำตัวบุคคลทั้งสองมาแจ้งข้อกล่าวหา และยื่นผัดฟ้องฝากขังต่อศาลจังหวัดนาทวีไปแล้ว โดยพฤติกรรมของทั้งสองคน มีหน้าที่ควบคุมชาวโรฮิงญากับชาวบังคลาเทศลงเรือใหญ่มายังประเทศปลายทาง มีการใช้ท่อนไม้ทุบตีบังคับกลุ่มชาวโรฮิงญาและชาวบังคลาเทศในเรือให้อยู่ในความควบคุม ซึ่งเหยื่อค้ามนุษย์ต่างยืนยันความผิดของทั้งสองคนตรงกัน
ส่วนที่มีข่าวว่าจะมีการออกหมายจับข้าราชการระดับสูงเพิ่มเติมอีกนั้น พลตำรวจตรี ปวีณ กล่าวว่า การออกหมายจับเพิ่มจะเป็นไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ ยืนยันว่าไม่มีการปล่อยปละละเลยอย่างแน่นอน
สำหรับข้าราชการระดับสูงที่อยู่ในข่ายถูกออกหมายจับเพิ่มเติมนั้น มีรายงานว่าเป็นนายทหารยศพันเอก 2 นาย และร้อยเอกอีก 1 นาย