นายถวิล เปพาด อายุ 85 ปี พาทีมข่าวพีพีทีวี ดูหมุดแบ่งเขต 2 พื้นที่ หน้าบ้านมีหลักแสดงว่าสุดเขตกรุงเทพมหานคร ปักอยู่ ขณะที่กำแพงหลังบ้าน มีหมุดเก่าแก่มีมาตั้งแต่แรก ซึ่งเสาหลักเขตแบ่งจ.นครปฐมพาดผ่าตัวบ้านลักษณะเฉียงเป็นมุมแหลมจากเล็กไปใหญ่
นายถวิล หรือ ตาหวิน เล่าว่า ตัวเองย้ายมาอยู่ที่ หมู่บ้านร่วมเกื้อ แขวงและเขตทวีวัฒนา เมื่อ 40 กว่าปีก่อน ขณะนั้นยังเป็นพื้นที่ของเขตตลิ่งชัน โดยซื้อต่อมาเป็นมือที่สาม มีพื้นที่รวม 38 ตารางวา เพิ่งมารู้วันโอนว่า บ้านมี 2 โฉนด อยู่ในกรุงเทพมหานคร ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 30 เปอร์เซ็นต์ เป็นโฉนดใน ต.ศาลายา อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เมื่อปี 2533 มีการต่อเติมบ้านเพื่อขายอาหาร ซึ่งแจ้งกับหน่วยงานราชการแล้ว และมีการเสียภาษีโรงเรือนปีละ 1,200 บาท
ภายในบ้านส่วนใหญ่ประกอบด้วยห้องนอนห้องครัว และ ห้องเก็บของอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ แต่ห้องรับแขกบางส่วนและห้องน้ำอยู่ในพื้นที่ จ.นครปฐม ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะอยู่มานานมากแล้ว เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันคร่อม 2 จังหวัดเช่นกัน แต่ก็ไม่เคยมีปัญหา เรื่องที่ดินแต่อย่างใด
ด้าน นายพรเลิศ เพ็ญพาส ผู้อำนวยการเขตทวีวัฒนา ระบุว่า เขตทวีวัฒนา เพิ่งแยกตัวมาจากเขตตลิ่งชัน เมื่อปี 2541 หมู่บ้านร่วมเกื้อ เป็นหมู่บ้านแรกๆ ที่เกิดขึ้น ก่อนหน้านี้ การรังวัดที่ดิน เจ้าหน้าที่จะเป็นคนเดินรังวัด และ ปักหมุด ไม่เหมือนปัจจุบันที่ใช้ระบบดาวเทียม และ พื้นที่ส่วนใหญ่เมื่อ 2563 ปี ที่แล้ว เป็นทุ่งนา ดังนั้น การแบ่งเขตจังหวัดจะไม่ชัดเจน โดยจะแบ่งตามพื้นที่ดิน ของราษฎรมากกว่า และ เพิ่งจะมามีการก่อสร้างถนน ช่วงปี 2500 จึงอาจมีความคลาดเคลื่อนกันได้
นายพรเลิศ ระบุอีกว่า ก่อนหน้านี้ กรุงเทพมหานคร และ จ.นครปฐม เคยจัดประชุม เรื่องการแบ่งเขตที่ดินใหม่ เพื่อความชัดเจน แต่ก็ไม่ได้มีข้อสรุป ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บ้านตาถวิล ไม่ใช่หลังแรก ยังมีอีกหลายหลัง และจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะมันเป็นแค่รอยต่อจังหวัดเท่านั้น