เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม มีความคืบหน้า นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ผู้ถูกคุมขังในคดีร่วมฟอกเงินยาเสพติด หลังจาก เมื่อสัปดาห์ก่อน เบนซ์ เรซซิ่ง ถูกจับกุมฐานฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ขณะขี่รถจักรยานยนต์ ไปพร้อมกับกลุ่มเพื่อน ต่อมาศาลได้เพิกถอนประกันทำให้เบนซ์ เรซซิ่งต้องถกควบคุมตัวในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เนื่องจากประพฤติตนไม่เหมาะสมผิดเงื่อนไขการประกันตัว
มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ญาติของนายอัครกิตติ์ หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ได้ยื่นคำร้อง พร้อมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้างร้าน AREA 51 ที่จำหน่ายอุปกรณ์และตกแต่งรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ (Bigbike)ในซ.อินทามระ กทม. เพื่อขอประกันตัวนายอัครกิตติ์ อีกครั้ง ทั้งนี้ศาลอาญา พิจารณาแล้วเห็นควรส่งเรื่องประกันตัวให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา เนื่องจากคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์แล้ว จากนั้นเย็นวันเดียวกันศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งโดยพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายอัครกิตติ์ จำเลย ขัดคำสั่งศาลไม่เข้ารายงานตัวตามนัด โดยอ้างว่าหลงลืมนัดนั้นไม่น่าเชื่อถือ ทั้งยังถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดี ฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และข้อหากระทำผิด พ.ร.บ.จราจร ฯ ถือว่า ประพฤติตนไม่เหมาะสมอีกด้วย ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า เมื่อศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้เบนซ์ เรซซิ่ง ประกันตัว ทำให้ต้องถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพตามคำพิพากษา ต่อไป โดยคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ส่วนเรื่องการขอประกันตัวผู้ต้องหาและจำเลยนั้น ขณะนี้สามารถยื่นคำร้องขอประกันต่อศาลได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด ตามนโยบายของนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา ที่ให้ความสำคัญมุ่งเน้น การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน