สมช.แจงดราม่า 'ผบ.ทบ.สหรัฐฯ' แขกของรัฐบาล ไม่ต้องกักตัว


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สมช.แจงดราม่า กรณี ผบ.ทบ.สหรัฐฯเยือนไทย 9-10 ก.ค.เป็นแขกของรัฐบาล ไม่ต้องกักตัว แต่มีข้อปฏิบัติสำคัญ 6 ข้อ

“ผบ.ทบ.สหรัฐฯ” มีกำหนดการเยือนประเทศไทยระหว่างวันที่ 9-10 ก.ค. นี้ ซึ่งทำให้เกิดกระแสดราม่าเนื่องจากประเทศสหรัฐฯ เป็นประเทศที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากที่สุดในโลก จะเป็นการนำเชื้อเข้ามาในประเทศไทยหรือไม่ จึงทำให้ ผบ.ทบ.สหรัฐฯ ถูกจับตามองเป็นอย่างมากกรณีกระแสข่าวที่ว่า "ไม่ต้องกักตัว" ล่าสุดทาง เลขา สมช. ยืนยันว่าเป็นไปตามข้อตกลงพิเศษ Special Arrangement ในฐานะแขกทางการ แต่ก็ต้องปฏิบัติตามมาตรของ ศบค. อย่างเคร่งครัด

ศบค.เข้ม ส่งจนท.ประกบคณะ "ผบ.ทบ.สหรัฐ" ขณะเยือนไทย

การเดินทางเยือนประเทศไทยของ พล.อ.เจมส์ แมคคอนวิลล์ ผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ ในฐานะแขกของกองทัพบก ระหว่างวันที่ 9-10 ก.ค. นี้  ล่าสุดทางกองทัพบกได้เปลี่ยนแปลงรายละเอียดกำหนดการเล็กน้อย พร้อมกับจัดเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขร่วมคณะด้วย 3 คน และเจ้าหน้าที่ของ ศบค. 2 คนไปกับรถขบวนด้วย เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการของรัฐในการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19

ส่วนประเด็นดราม่าร้อนแรงที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าทำไมผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ ไม่ต้องตรวจโควิด-19 และไม่ต้องกักตัว 14 วัน

พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันโควิด-19 ระบุว่า หลังจากที่
พล.อ. เจมส์ ผบ.ทบ.สหรัฐฯ ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าราชอาณาจักรไทย ตามข้อตกลงพิเศษในฐานะแขกของรัฐบาล หรือ "Special Arrangement" ทำให้เข้าเงื่อนไขไม่ต้องกักตัว 14 วัน
แต่ยังคงก็ต้องปฏิบัติตามมาตรการ 6 ข้อ ของ ศบค. อย่างเคร่งครัด ประกอบด้วย

1.เป็นคณะเล็กไม่เกิน 10 คน
2.เป็นการเดินทางระยะสั้น
3.มีการตรวจรับรองการปลอดเชื้อโควิด-19 ที่ประเทศต้นทางและเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย (Double Negative)
4.ให้หน่วยราชการที่เป็นเจ้าภาพเชิญแขกระดับสูง พิจารณาจัดเจ้าหน้าที่ประจำคณะในลักษณะ Liaison Officer (LO) ติดตาม
5.มีเจ้าหน้าที่ สธ.และ จนท. จากหน่วยงานความมั่นคงติดตามประจำคณะด้วย
6.ต้องจำกัดการเดินทางเฉพาะกำหนดการที่ได้ตกลงไว้ล่วงหน้าเท่านั้น ห้ามคณะเดินทางไปในที่สาธารณะและห้ามใช้ขนส่งมวลชน

อัปเดตข่าว สถานการณ์ โควิด-19 ทั่วโลก ล่าสุด 5 ก.ค. 63

อัปเดตข่าวสถานการณ์ โควิด-19 (COVID-19) ล่าสุด 5 ก.ค. 63

ซึ่งทุกคนยินดีและพร้อมปฎิบัติตาม โดยคณะทั้งหมดจะใช้เวลาอยู่ในประเทศไทยเพียง 2 วัน คือ เดินทางมาถึงวันที่ 9 ก.ค. และบินกลับในวันที่ 10 ก.ค. ทันที โดยมีมาตรการตรวจเชื้อจากประเทศต้นทาง และตรวจซ้ำเมื่อเดินทางถึงไทย รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ของไทยคอยติดตามคณะอย่างใกล้ชิด และจะต้องอยู่ในเส้นทางที่กำหนดไว้เท่านั้น


ด้าน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ก่อนหน้านี้ได้เคยออกมาชี้แจงกระแสดราม่าดังกล่าวว่า พล.อ.เจมส์ ยอมปฏิบัติตามมาตรการ สธ. ตั้งแต่ต้น คือตรวจโควิดฯ และกักตัวที่สหรัฐฯ 14 วัน มาก่อนหน้านี้แล้ว พร้อมใบ Fit to Fly และตรวจซ้ำอีกครั้ง ก่อนเดินทางใน 72 ชั่วโมง และเมื่อเดินทางมาถึงสนามบินที่ประเทศไทย ก็จะมีการตรวจโควิดฯโดยทีมแพทย์สาธารณสุขของไทยอีกครั้ง  และมีมาตรการว่าจะต้องเดินทางไปในพื้นที่ตามกำหนดการเท่านั้น ซึ่งการเยือนประเทศไทยของ ผบ.ทบ.สหรัฐฯ คณะเล็ก 6 คน ภายในเวลา 2 วัน และมาโดยเครื่องบินส่วนตัวหลังจากเยือนสิงคโปร์ ซึ่งเครื่องบินจะลงจอดที่กองบิน 6 กองทัพอากาศ ดอนเมือง และเมื่อเสร็จภารกิจในการเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ. อภิรัชต์  ในวันที่ 10 ก.ค. ก็จะเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่นต่อทันที

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า จุดที่ทำให้เกิดประเด็นดราม่าขึ้น และนำไปขยายผลบิดเบือนคือ ประเด็นที่ ผบ.ทบ.สหรัฐฯ ขอให้ทีมแพทย์ทหารบกของสหรัฐฯ และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ AFRIMS ไทย-สหรัฐฯ (ที่อยู่ในประเทศไทย) เป็นทีมที่มาตรวจคณะดังกล่าว แต่ทางสาธารณสุขไทยยืนยันว่า ควรจะเป็นทีม สธ.ของไทยมากกว่า ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้เกิดกระแสข่าวว่า ผบ.ทบ.สหรัฐฯ ไม่ยอมตรวจโควิด-19 นั่นเอง แต่เมื่อทาง ศบค. ยืนยันถึงมาตรการดังกล่าวไป ทางสหรัฐฯก็ไม่มีปัญหา และพร้อมทำตามข้อตกลงในการให้ทีมแพทย์ สธ.ของไทยเป็นผู้ตรวจโควิดฯ และจัดทีมแพทย์คอยดูแลติดตามอย่างใกล้ชิด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ