ชาวสิงคโปร์หลายคน ต่างสวมหน้ากากและถุงมือ เพื่อลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ตั้งแต่เวลา 08.00 น. (เปิดคูหา) โดยมีประชาชนที่มีสิทธิ์ราว 2.65 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งในทุกๆ คูหาจะมีมาตรการเว้นระยะห่าง ติดตั้งอุปกรณ์วัดอุณหภูมิร่างกาย สวมถุงมือสำหรับใช้แล้วทิ้ง โดยในช่วงเช้าจะจำกัดเฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้นเพื่อลดความแออัด
สำหรับ การจัดระเบียบให้ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงแต่ละคนใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที ตั้งแต่การสแกนบัตรประชาชน ล้างมือเพื่อฆ่าเชื้อโรค สวมถุงมือใช้แล้วทิ้งและรับบัตรเลือกตั้ง
ขณะเดียวกันในช่วงที่ผ่านมา การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้การเดินสายหาเสียงมีข้อจำกัด โดยกำหนดไว้ไม่เกิน 5 คน หลีกเลี่ยงการจับมือหรือชนกำปั้น ห้ามปราศรัยหาเสียง เพื่อหลักเลี่ยงการรวมตัวของคนหลายพันคน ซึ่งพรรคกิจประชาชน (PAP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง ได้พยายามอย่างมากที่จะคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ ด้วยการชูแคมเปญที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจจากผลกระทบของ โควิด-19
สำหรับผลการเลือกตั้งคาดว่าจะทราบภายในคืนนี้หรืออย่างช้าสุดคือช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ (11 ก.ค.)
อย่างไรก็ตาม สิงคโปร์ไม่ใช่ประเทศแรกในเอเชีย ที่จัดการเลือกตั้งในช่วงที่มีการระบาดใหญ่ของ โควิด-19 ก่อนหน้านี้ช่วงเดือนเมษายนเกาหลีใต้จัดการเลือกตั้ง ซึ่งการลงคะแนนภายในคูหาก็เป็นไปอย่างเข้มงวด ตามมาตรการป้องกันเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของ โควิด-19
และตั้งแต่มีการมาตรการคลายล็อกจากการแพร่ระบาด โควิด-19 มีผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งขึ้นเป็นสองเท่า โดยส่วนใหญ่มาจากแรงงานต่างด้าวที่พักอาศัยอยู่ตามหอพัก แต่อัตราการเสียชีวิตกลับน้อยที่สุดในโลก โดยผู้ติดเชื้อโควิด-19 ล่าสุด 45,423 ราย เสียชีวิต 26 ราย