ในสหรัฐอเมริกาการสวมหน้ากากอนามัย ยังคงเป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคลทำให้มีหลายคนอาจจะแสดงความไม่เห็นด้วยที่จะต้องสวมมัน ขณะที่ตัวเลขของผู้ติดเชื้อ โควิด-19 เพิ่มขึ้นแทบทุกวันล่าสุดพุ่งขึ้นไปถึง 3.48 ล้านคน แต่การเคลื่อนไหวของภาคเอกชนยักษ์ใหญ่ คือ ห้างค้าปลีกวอล-มาร์ต (Walmart) ประกาศให้ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยก่อนเข้าห้างฯ ทุกครั้ง อาจเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญที่ทำให้เห็นว่า อเมริกันควรตื่นตัวในการระมัดระวังการแพร่ระบาดของ โควิด-19 มากขึ้น
“ เรารู้ว่าบางคนมีความคิดเห็นที่แตกต่างในประกาศนี้” Dacona Smith หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของวอล-มาร์ต และ Lance de la Rosa หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Sam's Club กล่าวถึงเรื่องนี้ แต่เราต้องตระหนักถึงการป้องกันสุขภาพและมาตรการด้านสาธารณสุขในการให้บริการประชาชน ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพ เช่น ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค
ทำเนียบขาวสั่งเจ้าหน้าที่สวมหน้ากากอนามัย
ความเคลื่อนไหวของ ห้างวอล-มาร์ต แสดงให้เห็นความหวังว่ามันจะเป็น“ จุดเปลี่ยน” สำหรับอุตสาหกรรมค้าปลีกในการป้องการแพร่ระบาดโควิด-19 เนื่องจากปัจจุบันมีเพียงร้านค้าปลีกระดับประเทศเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น รวมถึง Costco, Apple และ Best Buy ที่มีนโยบายให้ลูกค้าสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19
ขณะที่ กลุ่มสหพันธ์การค้า (National Retail) บอกว่า “นโยบายนี้ทำให้พนักงานไม่จำเป็นต้องมาเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 กับคนกลุ่มน้อยบางคนที่ไม่ยอมสวมหน้ากากในการหยุดแพร่เชื้อ และการช็อปปิ้งไม่ใช้พื้นที่ที่ลูกค้าจะใช้สิทธิพิเศษที่จะปฏิเสธนโยบายดังกล่าว เพราะพวกเขาจะทำให้พนักงานและลูกค้าอื่น ๆ มีความเสี่ยงเกินควร”
ผู้ว่าการรัฐโอคลาโฮมาติดเชื้อโควิด-19 เป็นรายแรกในหมู่ผู้ว่าการรัฐในอเมริกา
อย่างไรก็ตาม ในหลายรัฐยังมีนโยบายที่แตกต่างในเรื่องของการสวมหน้ากากอนามัยและมันถูกโยงไปให้เป็นเรื่องของการเมือง แม้ว่าจะมีการยืนยันว่า หน้ากากอนามัยจะสามารถช่วยป้องกันการแพร่กระจายโควิด-19 ได้ แล้วก็ตาม รวมถึงสถาบันทางการแพทย์ก็ออกมาย้ำแล้วว่า การสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะเป็นมาตรการที่สำคัญ