เพจเฟซบุ๊กนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์ข้อความเมื่อคืนที่ผ่านมา ระบุว่า วันนี้ 20 ก.ค. 2563 จะไปแจ้งความเพจดัง ข้อหานำภาพศพน้องชมพู่มาเผยแพร่ การนำภาพศพมาลงแบบกึ่งเปลือย ผิดกฎหมายหลายข้อและเป็นการละเมิดสิทธิผู้ตาย
ข้อความในโพสต์นี้ระบุด้วยว่า ไม่เชื่อผลนิติเวชไม่พอ รอบช้ำเลือดที่เกิดหลังจากการเสียชีวิตยังไม่รู้จัก และข้อความช่วงท้ายระบุว่า คนที่ทำภาพนี้หลุดออกมาต้องรับผิดชอบด้วยนะครับ
นอกจากนี้ นายษิทรา ยังตอบผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นหลายข้อความ หนึ่งในนั้นเป็นการตอบผู้ที่เข้ามาแสดงความเห็นว่า แทนที่จะช่วยกันทวงความยุติธรรมให้น้อง นี่มีปัญหากันอีก เรื่องบางเรื่องปล่อยผ่านก็ได้ ซึ่งแอดมินเพจได้ตอบกลับไปว่า
มีประโยชน์อะไรที่เอาภาพศพในสำนวนมาเปิดเผยแก่สาธารณะครับ ข้อมูลพวกนี้ จนท.เขามีมาตั้งนานแล้ว ไม่ใช่การค้นพบอะไรใหม่ สมมติได้หลักฐานใหม่มาจริง การมาเปิดเผยเรียกยอดไลก์กับส่งมอบเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแบบไหนมีประโยชน์มากกว่ากัน
หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป เพจเฟซบุ๊กชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมก็โพสต์ภาพข้อความของนายษิทรา พร้อมกับข้อความระบุว่า การเป็นพลเมืองดี ลำบากช่วยเหลือราชการก็ผิด ลองพิจารณากันเองผิดกฎหมายข้อไหนไม่ทราบ
"อัจฉริยะ" วิเคราะห์คดีน้องชมพู่อ้างเด็กถูกตีทรมานก่อนตาย
ย้อนไปดูข้อความการไลฟ์ของนายอัจฉริยะเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยในเนื้อหาราว ๆ 40 นาทีนั้น นายอัจฉริยะวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ โดยทีมงานของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ข้อสันนิษฐานเชื่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับ น้องชมพู่ มีการทรมานอย่างแสนสาหัส ซึ่งบาดแผลเกิดขึ้นก่อนเสียชีวิตไม่นาน โดยเชื่อว่ามีคนตีน้องชมพู่แบบทรมาน ทำให้เกิดเลือดคั่งตามลำตัวและแขนขา
นอกจากนี้ นายอัจฉริยะยังระบุว่า การตกของเลือดที่ลงไปที่ปลายขาทั้งสองข้าง แสดงให้เห็นว่ามีคนอุ้มน้องชมพู่ ที่เสียชีวิตไม่นานไปอำพรางบนภูเขา
"อัจฉริยะ" เตรียมลงพื้นที่ช่วยคดีน้องชมพู่สัปดาห์หน้า
ช่วงท้ายของการไลฟ์ นายอัจฉริยะ ตั้งข้อสังเกตและคำถามถึงคนใกล้ชิดน้องชมพู่ว่า ทำไมเมื่อเจอศพแล้วถึงไม่ขึ้นไปดู ซึ่งสิ่งนี้เป็นคำถามคาใจของคนในสังคม และสัปดาห์หน้าทีมงานจะลงพื้นที่เพื่อช่วยกันคลี่คลายเรื่องนี้อีกครั้ง
ลุงพล ท้า แม่น้องชมพู่ ให้เอาความจริงทั้งหมดมายืนยัน