เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2563 การวิเคราะห์ของ ศ.นพ.อุดม คชินทร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข ในเวที เสวนา "Virtual Policy Forum: เตรียมพร้อมอย่างไรกับการระบาดรอบที่สอง ของ COVID-19" เมื่อสุขภาพกำหนดสังคม ที่จัดขึ้นที่สถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส วันนี้
ศ.นพ.อุดม เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีโอกาสสูงที่จะเกิดการระบาดระลอกสองในครึ่งปีหลัง โดยการติดเชื้อครั้งใหม่นี้ จะเกิดจากการนำเข้าเป็นหลัก ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ โดยจังหวัดที่จะเริ่มพบผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศ มีประมาณ 15 จังหวัดที่เป็นศูนย์กลางการเดินทาง การค้าขาย การผลิต เช่น กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งจังหวัดที่มีท่าอากาศยานนานาชาติและเป็นเมืองท่องเที่ยวใหญ่ เช่น ภูเก็ต ชลบุรี เชียงใหม่ ชายแดนสำคัญทางใต้ ตะวันตก และตะวันออก ซึ่งมีด่านช่องทางเข้าออกต่างประเทศถึง 68 แห่ง หากมีการระบาดระลอกสองเกิดขึ้น มีปัจจัย 3 อย่างด้วยกันที่จะเกิดความรุนแรง ปัจจัยแรกคือตัวเชื้อโรค รองลงมาคือพฤติกรรมและภูมิต้านทานของประชาชน และปัจจัยสุดท้ายคือระบบของสังคมและมาตรการต่าง ๆ ว่ามีความเข้มแข็งหรืออ่อนแอ ซึ่ง 3 ปัจจัยหลักนี้จะเป็นตัวชี้วัดการระบาดและความรุนแรง
ทั้งนี้การเตรียมตัวของประชาชนจะช่วยให้ผลกระทบของการระบาดระลอกสองไม่รุนแรงเหมือนรอบแรก ส่วนภาครัฐ ขณะนี้ กำลังมีการกำหนดเป้าหมายเป็นรายจังหวัด เพื่อจัดระดับสถานการณ์ในเชิงพื้นที่ เช่น ให้ทำงานที่บ้านเพิ่มขึ้น งดกิจกรรมรวมผู้คน
ซึ่งเมื่อวานนี้ ศบค.โดย นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ได้พูดถึงสิ่งที่เรียกว่า Target lockdown เพื่อการผลักดันเศรษฐกิจให้เดินหน้าไปได้ จะไม่มีการล็อคดาวน์ทั้งประเทศอีก แต่จะมีมาตรการเพื่อปิดเฉพาะเป็นส่วนๆ โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ระบบสาธารณสุขไทยรับได้ คือวันละ 30-50 คน