ตัวแทนผู้เสียหาย ที่ถูกหลอกให้ร่วมลงทุนออมเงิน ลักษณะคล้ายแชร์ลูกโซ่ ทำให้มีผู้เสียหายสูญเงินกว่า 30 ล้านบาท นำเอกสาร การใช้งานโปรแกรมซอฟแวร์ icloud ของนางนภาลัย ท้าวแชร์ที่โกงเงิน มาร้องเรียนที่สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อให้ช่วยตรวจสอบว่าท้าวแชร์รายนี้เสียชีวิตจริงหรือไม่
เนื่องจากกลุ่มผู้เสียหาย พบความเคลื่อนไหว การใช้งานโปรแกรมซอฟแวร์ icloud ที่เชื่อมต่อมือถือไอโฟนของนางนภาลัยอย่างต่อเนื่อง ตัวแทนผู้เสียหาย รายนี้ระบุว่า ตนเดินทางจากประเทศออสเตรเลีย กลับมาประเทศไทย เพื่อติดตามคดี เนื่องจากเธอถูกหลอกลงทุนสูญเงินไป 5 แสนบาท จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้เงินคืน
ผู้เสียหาย เล่าว่า เธอได้รู้จักกับกลุ่มท้าวแชร์ เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2559 ผ่านทางเฟซบุ๊ก ที่มีการเชิญชวนให้ลงทุนออมเงิน ลักษณะคล้ายแชร์ลูกโซ่ โดยอ้างว่าเป็นการลงทุนที่ถูกกฎหมาย เสียภาษีถูกต้อง ปี 2560 นภาลัย ท้าวแชร์ เริ่มเปิด “แชร์” หลายวง ทำให้ผู้เสียหายรายนี้หลงเชื่อนำเงินมาลงทุนกว่า 5 แสนบาท ซึ่งผ่านมา 1 เดือนได้เงินปันผลกลับมา 2 แสนบาท ซึ่งเธอมองว่าได้กำไรดี
ต่อมา วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ปี 2561 นางนภาลัย ท้าวแชร์ หยุดการจ่ายเงินปันผล อ้างว่าจะคืนเงินให้กับสมาชิกภายใน 2 เดือน แต่หลังจากนั้นก็บ่ายเบี่ยงและหายไปจนภายหลังทราบว่าหลบหนีกลับมาประเทศไทย
วันที่ 14 ม.ค. 62 กลุ่มลูกแชร์ ร้องเรียน-แจ้งความเอาผิด “นภาลัย” กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ปอศ. และขอความเป็นธรรมต่อสำนักงานอัยการสูงสุด และให้ช่วยเหลือเรื่องข้อกฎหมาย ต่อมาเดือน ก.พ. 62 ผู้เสียหายได้รับแจ้งจากญาติ นางนภาลัย ท้าวแชร์ ว่า“เธอป่วย-เป็นมะเร็ง -กำลังรักษาตัว
จนกระทั่ง เดือน ก.ย. 62 ญาติแจ้งว่า “นางนภาลัย” เสียชีวิตแล้ว ด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดเฉียบพลัน และจัดงานศพ ประเด็นที่่กลุ่มผู้เสียหาย ตั้งข้อสงสัย ระบุถึงข้อพิรุธการเสียชีวิตของนางนภาลัย ท้าวแชร์รายนี้ ว่าทำไมถึงป่วยค่อนข้างกระทันหัน และตรงกับช่วงที่มีการเรียกผู้เสียหายเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
อีกทั้งในระหว่างขั้นตอนดำเนินคดีกับนางนภาลัย ท้าวแชร์ ผ่านไปเพียง1เดือน ทางญาติแจ้งว่านางนภาลัย เสียชีวิตและมีการจัดงานศพขึ้น โดยผู้เสียหายอ้างว่า พ่อและแม่ของท้าวแชร์รายนี้เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในจังหวัดอุดรธานี แต่ทำไมงานศพมีผู้ร่วมงานไม่ถึง 20 คน และไม่มีพิธีเผาศพ ประกอบกับไม่พบประวัติการรักษาโรคมะเร็งที่โรงพยาบาล และช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้นำโทรศัพท์มือถือที่ท้าวแชร์ให้ไว้มาเปิดใช้งาน พบว่าโปรแกรมซอฟแวร์ icloud ของผู้ตาย เข้าระบบล็อกอินอัตโนมัติ ซึ่งมีสัญญาณการใช้งานของเบอร์อื่น จึงคิดว่าท้าวแชร์รายนี้อาจยังมีชีวิตอยู่ รวมถึงมีข้อมูลที่สอบถามจากคนใกล้ชิดท้าวแชร์รายนี้ ให้ข้อมูลว่านางนภาลัยได้ไปทำศัลยกรรมเปลี่ยนแปลงใบหน้า และคาดหนีไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ต่างประเทศ
ทีมข่าวพยายามติดต่อสอบถามเบอร์โทรศัพท์ที่ผู้เสียหายระบุว่าเป็นของผู้ที่ใช้ icloud ส่วนตัวของท้าวแชร์คนนี้ เจ้าของเบอร์โทรศัพท์ยืนยันว่าไม่รู้จักชื่อของท้าวแชร์คนนี้ และไม่ได้เข้าระบบ icolud ในโทรศัพท์ด้วย
ขณะที่ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ญาติได้แจ้งการเสียชีวิตของนางนภาลัย ท้าวแชร์ ที่ ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี แต่หลังจากนี้เตรียมให้ผู้เกี่ยวข้องไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อคลายความสงสัยของกลุ่มผู้เสียหายหากพบว่าผู้ก่อเหตุยังมีชีวิต ก็จะเร่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทีมข่าวพยายามติดต่อสอบถามเบอร์โทรศัพท์ที่ผู้เสียหายระบุว่าเป็นของผู้ที่ใช้ icloud ส่วนตัวของเท้าแชร์คนนี้ เจ้าของเบอร์โทรศัพท์ยืนยันว่าไม่รู้จักชื่อของท้าวแชร์คนนี้ และไม่ได้เข้าระบบ icolud ในโทรศัพท์ด้วย
ขณะที่ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ญาติได้แจ้งการเสียชีวิตของนางนภาลัย ท้าวแชร์ ที่ ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี แต่หลังจากนี้เตรียมให้ผู้เกี่ยวข้องไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อคลายความสงสัยของกลุ่มผู้เสียหายหากพบว่าผู้ก่อเหตุยังมีชีวิต ก็จะเร่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับคดีนี้มีผู้เสียหายรวมกว่า30คน ยอดความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท ซึ่งขั้นตอนการดำเนินคดียังอยู่ในระหว่างการเรียกผู้เสียหายเค้าสอบปากคำเนื่องจากผู้เสียหายส่วนใหญ่อยู่ในต่างประเทศจึงยากต่อการให้ข้อมูล