หนังสือพิมพ์ไชนาเดลี ระบุว่า การที่ผู้นำสหรัฐฯ มีคำสั่งฟ้าผ่าให้ปิดสถานกงสุลจีนที่เมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส ภายใน 72 ชั่วโมงโดยอ้างเหตุผลเรื่องการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาและข้อมูลส่วนตัวชาวอเมริกัน เป็นแค่อุบายใหม่ในการโยนความล้มเหลวของรัฐบาลสหรัฐฯ ให้เป็นความผิดของจีน และใส่ร้ายป้ายสีจีนให้ดูเป็นผู้ร้ายในสายตาชาวโลก เพื่อสร้างผลงานให้ทรัมป์ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 3 พ.ย.นี้ เนื่องจากในระยะหลัง ทรัมป์มีคะแนนนิยมตามหลังนายโจ ไบเดน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครต ค่อนข้างมาก
สอดคล้องกับหนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ที่ระบุว่า ทรัมป์เล่นการเมือง เห็นได้ชัดว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดือนพฤศจิกายนนี้ กำลังทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ คลั่ง
ส่วนสถานเอกอัครราชทูตจีนในกรุงวอชิงตันดีซี ออกแถลงการณ์ว่า พฤติกรรมของสหรัฐฯ คือ การยั่วยุทางการเมือง และเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกการตัดสินใจดังกล่าวทันที
ก่อนหน้านี้ นายเดวิด สติลเวล ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศด้านเอเชียตะวันออกของสหรัฐฯ ออกมาชี้แจงถึงสาเหตุในการสั่งปิด โดยบอกว่าสถานกงสุลแห่งนี้ถูกกองทัพจีนใช้เป็นศูนย์กลางในการส่งนักศึกษาไปเก็บข้อมูลงานวิจัยเพื่อนำมาพัฒนาขีดความสามารถด้านการสู้รบของจีนเอง
ส่วนกรณีที่หน่วยดับเพลิงเมืองฮิวสตันได้รับรายงานว่าพบกลุ่มควันลอยออกมาจากสถานกงสุลดังกล่าว เพียงไม่นานหลังมีคำสั่งด่วนให้ปิดทำการ แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่ เบื้องต้น ได้รับคำชี้แจงแล้วว่า เจ้าหน้าที่เผาเอกสารในถังขยะที่สวนด้านนอกอาคาร ซึ่งถือเป็นมาตรฐานปกติของสถานกงสุลต่างชาติที่จะทำลายเอกสารภายใน เมื่อต้องยุติภารกิจเป็นการด่วน
นอกจากกรณีสถานกงสุลที่เท็กซัสแล้ว ล่าสุด รัฐบาลสหรัฐฯ ยังออกมาเปิดเผยว่า มีนักวิจัยชาวจีนหลบหนีไปพำนักอยู่ในสถานกงสุลจีนที่นครซานฟรานซิสโกด้วย โดยเอฟบีไอพบว่านักวิจัยคนดังกล่าวพยายามปกปิดประวัติการทำงานให้กองทัพจีน เพื่อขอวีซ่าเข้าสหรัฐฯ