เบื้องลึก คำสั่งไม่ฟ้องคดี ทายาทกระทิงแดง


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ถือเป็นเรื่องที่ร้อน และอยู่ในความสนใจของสังคมไทยมากที่สุดอีกเรื่องหนึ่งในขณะนี้ สำหรับประเด็นคำสั่งไม่ฟ้อง ทายาทกระทิงแดง มีข้อมูลที่สะท้อนให้เห็นว่า เรื่องนี้ มีปัญหา มีข้อพิรุจน์ มาตั้งแต่ต้น ทั้งยังมีข้อมูลที่เปิดเผยว่าผู้เกี่ยวข้องกับคดีนี้ เป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับอำนาจการเมือง

'แหม่มโพธิ์ดำ' ตั้งคำถามกระบวนการยุติธรรม หมกเม็ด 'บอส' พ้นผิด

'บอส อยู่วิทยา' พ้นผิด ตำรวจยันจบทุกคดี สั่งไม่ฟ้องเด็ดขาด เหตุไร้พยานหลักฐาน

ประเด็นการสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา ในทุกกรณี โดยอัยการสูงสุดที่เกิดขึ้นและถูกพูดถึงอย่างหนักในช่วงนี้ มาจากการเผยแพร่ข้อมูล เอกสาร  แจ้งคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี ส่งถึง  นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทกระทิงแดง ในฐานะผู้ต้องหาคดีนี้  โดยอ้างถึงคำสั่ง จากอัยการสูงสุดว่าสั่งไม่ฟ้องในทุกกรณี เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2563   และ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไม่มีความเห็นขัดแย้งคำสังของอัยการ ฯ คดีจึงสิ้นสุดตามขบวนการทางกฎหมาย  เอกสารแจ้งคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องทุกกรณีฉบับนี้ ส่งจาก รองผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ ในฐานะ รักษาราชการแทนผู้กำกับการตำรวจนครบาลทองหล่อโดยระบุวันที่ในเอกสาร ว่าเป็นวันที่ 18 มิถุนายน 2563

หลังมีการเผยแพร่ข้อมูลนี้ออกมา จนกลายเป็นประเด็นถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในชั่วข้ามคืน ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องออกมาชี้แจงอย่างเร่งด่วน  เพื่ออธิบายข้อสงสัย ความแคลงใจต่อสังคม โดยคำอธิบายนั้นอ้างถึงขั้นตอนทางกฎหมาย และเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของอัยการฯ แต่เมื่อถูกซักถาม เรื่องสาเหตุที่ ตำรวจไม่เห็นแย้งอัยการ ก็ไม่ได้มีคำตอบหรือคำอธิบายให้สังคมกระจ่าง โดยเฉพาะประเด็นคำถาม ว่า คู่กรณีของนายวรยุทธเป็นตำรวจ และต้องเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ทำไมถึงไม่มีการสู้คดีอย่างถึงที่สุด 

ส่วนฝั่งสำนักงานอัยการสูงสุด  ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด มากไปกว่าการออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนของ โฆษก สำนักงานอัยการสูงสุด ว่าไม่ทราบประเด็นนี้มาก่อน

นอกจากนี้มีการแสดงความเห็น โดยนักวิชาการและคนที่อยู่ในแวดวงกฎหมาย อย่างกว้างขวางต่อกรณีนี้ ขณะเดียวกันยังมีการตั้งข้อสังเกตุ ว่า คดีนี้ จะมุ่งเป้าไปที่ฝั่งอัยการอย่างเดียวไม่ได้ เพราะ ถึงแม้อัยการสั่งฟ้องแต่สุดท้ายคดีนี้ก็หลุดอยู่ดี เพราะ ตั้งแต่วันเกิดเหตุ เมื่อ ปี พ.ศ.2555  ก็พบว่ามีจุดอ่อน ในการรวบรวมข้อมูล พยานหลักฐานของตำรวจมาตั้งแต่ต้น  

เช่นเรื่องเมาแล้วขับ ที่พนักงานสอบสวนไม่ได้ตรวจวัดแอลกอฮอล์นายวรยุทธตั้งแต่ช่วงเช้าที่เกิดเหตุ จนทำให้ผู้ก่อเหตุมีข้ออ้างว่าดื่มแอลกอฮอล์หลังขับรถชนนายตำรวจ เพราะความเครียด  รวมถึงการตรวจวัดความเร็วที่ไม่มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ จนนำมาสู่การสั่งสอบเพิ่มเติมเพื่อหาหลักฐานส่วนอื่นๆ ของอัยการ ทำให้เวลาล่วงเลยและขาดอายุความในที่สุด

ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานข้อมูลโดยกรุงเทพธุรกิจด้วย ที่ระบุว่า  ทนายความที่ทำคดี กับ นายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา นั้นเป็นทนายความที่รับว่าความให้กับกลุ่มการเมืองใหญ่  เช่นเดียวกับการระบุว่าผู้ที่ลงนามในคำสั่งฟ้อง ไม่ใช่อัยการสูงสุด แต่เป็นอัยการระดับสูงคนหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับการพิจารณาไม่อุทธรณ์คดีฟอกเงินทุจริต  จำนวน 10 ล้านของนายพานทองแท้ หรือโอ๊ค ชินวัตร บุตรชายคนโต นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อีกด้วย แม้จะยังไม่มีภาพหรือข้อมูลเป็นเอกสารคำสั่งอัยการปรากฏให้เห็นแต่เมื่อสืบค้นข้อมูลพบว่าไทยโพสต์เคย ระบุถึง ว่าผู้พิจารณาสั่งไม่อุทธรณ์  คดีนี้ คือ นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด อาวุโสลำดับที่ 1 รักษาราชการแทนนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ซึ่งขณะนั้นเดินทางไปราชการในพื้นที่ภาค 7 มีคำสั่งชี้ขาดไม่อุทธรณ์คดี

สะท้อน ให้เห็นว่า ประเด็นนี้ มีเบื้องลึกเบื้องหลังที่เชื่อมโยงกับอำนาจเงิน และเครือข่ายอื่นๆของกลุ่มอำนาจทางการเมืองแล้ว ยังพบด้วยว่า  มีข้อพิรุจและความผิดปกติ ที่ทำให้สังคมต้องตั้งคำถามตั้งแต่ต้นทาง คือตั้งแต่ระดับการรวมรวมพยานหลักฐาน ในที่เกิดเหตุ เรื่อยมาจนถึงการทำสำนวนคดี และการดำเนินการในชั้นอัยการฯ  ปลายทางของเรื่องในขณะนี้

 

 

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ประเด็นร้อน

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ