เจาะลึก 2 พยาน 'อยู่วิทยาคอนเนกชั่น' หรือบังเอิญ เปิดเหตุผลที่ 'อัยการ' เชื่อ สนิทใจ!!


โดย PPTV Online

เผยแพร่




'จักรกฤช ถนอมกุลบุตร ' นายทหารอากาศ พยานสำคัญที่ยังไม่ปรากฏตัว อีกกุญแจสำคัญ ตอบคำถามสังคมถึงข้อกังขาในคดีนี้ และความบังเอิญหรือไม่ กับ "อยู่วิทยาคอนเนกชั่น"

"คนตายไปแล้วพูดไม่ได้" เป็นวาทกรรม ในโลก “อาชญา”

เผยคำให้การ 2 ครั้ง 'จารุชาติ มาดทอง' ก่อนตาย เปิดสายสัมพันธ์โยง ทนาย 'บอส อยู่วิทยา'

การตายด้วยอุบัติเหตุ ของ “นายจารุชาติ มาดทอง” ชายชาวบ้านที่เป็น1ใน2พยานคนสำคัญ ตัวแปรพลิกผันคดีของลูกชายอภิมหาเศรษฐี “นายวรยุทธ อยู่วิทยา” หรือ บอส อยู่วิทยา ให้พ้นผิดจากเหตุขับรถชนตำรวจตายเมื่อ 8ปี ก่อน อุบัติเหตุเมื่อกลางดึกวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เป็นการตายของพยานปากเอกที่คล้ายช่างบังเอิญ

สังคมอดตั้งคำถามไม่ได้เพราะดันมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในช่วงที่คดีความกำลังถูกรื้อ ขุดคุ้ย ตีแผ่ความไม่ปกติ!!

“เดชา กิตติวิทยานันท์” ทนายความ ให้ความเห็นว่า การเสียชีวิตของพยานคนนี้ย่อมส่งผลต่อการแสวงหาข้อเท็จจริงเรื่องนี้แน่นอน เพราะคนที่ให้ข้อมูลที่มาที่ไป ผู้ที่จะให้คำตอบว่าเข้าไปเป็นพยานในคดีนี้ได้อย่างไร ถูกพิสูจน์ทราบก่อนเป็นพยานด้วยกระบวนการใดหรือไม่ ตายไปแล้ว ทำให้ขาดโอกาสแสวงหาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน

อย่างไรก็ตามการเสียชีวิตของพยานรายนี้ ยังไม่จบ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งอายัดร่าง ของ “จารุชาติ มาดทอง” ชันสูตร อีกครั้ง

ทว่าผลชันสูตร ต่อให้ซ้ำอีกกี่ครั้งน่าจะมีน้ำหนักไม่มากพอ อาจไร้ประโยชน์โดยแท้จริงหากจะใช้เพียงผลชันสูตรทางวิทยาศาสตร์ซ้ำๆ เพื่อบอกความจริงเพียงครึ่งเดียว และไม่ใช่ความจริงที่เป็นข้อสรุป ตอบข้อกังขาอันดังขรมได้ ในเมื่อการตายมีภาพปรากฏเป็นอุบัติเหตุทางจราจร รถจักรยายนต์ 2 คัน เฉี่ยวชน ดังนั้นสำคัญกว่าดูศพ คือการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ ที่ต้องย้อนไป หาคำตอบสังคมให้ได้ว่าก่อนตาย ก่อนประสบอุบัติเหตุ เกิดอะไรขึ้นกับชายคนนี้หรือไม่ เหตุใดจึงออกจากบ้านพักแบบผิดปกติ และเหตุใดซิมโทรศัพท์มือถือจึงหายไป การทำคดีนี้ต้องไม่ใช่แค่สาเหตุของอุบัติเหตุ แต่ต้องตั้งโจทย์การสืบสวนว่า เกิดความไม่ปกติในอุบัติเหตุนั้นหรือไม่ ซึ่งเป็นการบ้านของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

สายสัมพันธ์ ที่ผูกโยงระหว่าง “พยานผู้ล่วงลับ” กับคนในแวดล้อมของอดีตผู้ต้องหา  ในกรณีนี้บังเอิญพยานมีชื่อทำงานในพื้นที่ครอบครองของ นักการเมืองผู้กว้างขวาง และบังเอิญที่นักการเมืองคนนี้คุ้นเคยกับบิดาของ “บอส อยู่วิทยา” ซึ่งลิงค์ถึงกันอย่างบังเอิญ ประเด็นนี้แม้ผู้เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงต่อสังคมแล้ว ท้ายสุดสังคมจะเชื่อหรือโน้มเอียงทางใดก็สุดแล้วแต่

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่จบเพียงการตายของ จารุชาติ มาดทอง แน่นอน!?

เปิดตัว พล.อ.ท.พยาน"บอส"ถือหุ้นในบริษัทขายรถหุ้มเกราะให้ กกต.

พยานสำคัญตัวแปรแห่งคดีอีกคน ยังไม่ออกมา

พล.อ.ท.จักรกฤช ถนอมกุลบุตร หรือชื่อเดิม  “อนุศักดิ์ ถนอมกุลบุตร” นายทหารสายธุรกิจ เจ้าของบริษัทรถลีมูซีนในสนามบินฯในนามบริษัทดัง และยังถือหุ้นบริษัทขายรถเกราะให้หน่วยงานราชการ เรียกเป็นผู้กว้างขวางย่านดอนเมือง

พล.อ.ท.จักรกฤช หรือ บิ๊กต้อย จบนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 13 นักเรียนนายเรืออากาศรุ่น 20 เป็นทีมงานสนิทสนมของเสธไอซ์ พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต ที่กว้างขวางในหมู่ทหารและตำรวจ

 “จักรกฤช ถนอมกุลบุตร” มีประวัติด้านคดี ออกจากราชการไปช่วงหนึ่ง เมื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ก็กลับรับราชการทหารอากาศอีกครั้ง จนเออรี่รีไทร์ ได้ยศ พล.อ.ท.

ในแวดวงธุรกิจ และทหาร ว่ากันว่า หลายคนในเตรียมทหารรุ่น 13 รวมทั้ง "บิ๊กต้อย" คนนี้ มีความสนิทสนมกับ มารดาของ “บอส อยู่วิทยา” ที่เป็นบุตรสาวนายทหารอากาศ​ มีพี่ชายเป็นพล.อ.เตรียมทหารรุ่น12​ แต่เรียนใกล้ชิดกับเตรียมทหารรุ่น13  

สายสัมพันธ์ รู้จักกันอย่างบังเอิญนี้จริงเท็จเพียงใด ยังไม่มีใครออกมาโต้แย้ง

ทำให้การเข้ามาเป็นพยานสำคัญ และเป็นจุดเปลี่ยนคดี จึงดูช่างบังเอิญอีกแล้ว หรือไม่!!

ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ "พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ" ชี้แจงในกรรมาธิการกฎหมายฯว่า พล.อ.ท.จักรกฤช เข้ามาเป็นพยานหลังจากคดีผ่านไปหลายปี เพราะสงสารบอส ที่ประสบชะตากรรม เพราะบอสรุ่นราวคราวเดียวกับลูกของตัวเอง!!

เผย" พล.อ.ท.จักรกฤช" อ้างสงสาร"บอส"จึงให้ปากคำหลังเกิดเหตุ 3 ปี

อย่างไรก็ตามไม่ว่าพยานทั้ง 2 จะเป็นใครมาจากไหน หรือมีสายสัมพันธ์ 'อยู่วิทยาคอนเนกชั่น' จริงหรือไม่ แต่เป็นพยานที่อัยการให้น้ำหนัก โดยสะท้อนจากข้อชี้แจงฝั่งอัยการ ของน.ส.ณัฐวสา ฉัตรไพฑูรย์ อัยการพิเศษฝ่ายสถาบันกฎหมายอาญา ที่ปรากฏเอกสารเผยแพร่ออกมา ข้อหนึ่งพูดถึงประจักษ์พยาน 2 คนนี้อย่างหนักแน่น สนิทใจ

ประจักษ์พยานสองคน ซึ่งมาให้การในชั้นสอบสวนเพิ่มเติม โดยคณะกรรมาธิการของ สนช.ร้องขอให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมนั้น นอกจากมีการสอบถามข้อเท็จจริงโดยคณะกรรมาธิการ สนช. อันเป็นการกลั่นกรองมาในระดับหนึ่ง และมีการสอบสวนโดยพนักงานสอบสวน ซึ่งพยานทั้งสองคนมีตัวตนและที่อยู่เป็นหลักแหล่ง คนหนึ่งมียศพลอากาศโท ที่สำคัญคือพยานทั้งสองคนย่อมต้องรับผิดชอบตามกฎหมายอันมีโทษทางอาญาหากให้การเท็จต่อพนักงานสอบสวน ดังนั้น เมื่อคดีไม่มีพยานบุคคลอื่นใดที่รู้เห็นเหตุการณ์ในขณะเกิดเหตุมาให้การเป็นอย่างอื่น และไม่มีพยานหลักฐานที่กล่าวอ้าง หรือโต้แย้งว่าพยานทั้งสองคนดังกล่าวให้การเท็จ จึงย่อมไม่มีเหตุผลที่พนักงานอัยการจะอนุมานเอาเองได้ว่าพยานทั้งสองคนดังกล่าวให้การเท็จ"

" หากแต่พนักงานอัยการก็ย่อมต้องรับฟังเป็นพยานหลักฐานประกอบกันกับพยานหลักฐานอื่น ๆ ในสำนวนคดี และเมื่อพยานทั้งสองคนดังกล่าวต่างให้การว่าตนขับรถตามหลังรถยนต์ที่ผู้ต้องหาขับในช่วงเกิดเหตุในความเร็วระดับ เดียวกันไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเห็นรถจักรยานยนต์ของผู้ตายขับตัดจากเลนที่หนึ่งจากซ้ายมือมา ตัดหน้ารถยนต์ของผู้ต้องหาในเลนที่สามจากซ้ายมือในระยะกระชั้นชิด โดยไม่มีพยานหลักฐานในสำนวนหักล้าง หรือโต้แย้งเป็นอย่างอื่น อีกทั้งยังสอดคล้องกับจุดชนที่อยู่เลนที่สามจากซ้ายมือ และสอดคล้องกับ คำให้การยืนยันของผู้เชี่ยวชาญทั้งสองรายดังกล่าว คดีจึงไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟ้องพิสูจน์ให้ศาลลงโทษผู้ต้องหาฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่นถึงแก่ความตายตามข้อกล่าวหาได้ การสั่งไม่ฟ้องเพราะเหตุพยานหลักฐานไม่พอฟ้องจึงชอบด้วยเหตุผลและเกณฑ์การสั่งคดีอาญาแล้ว”ข้อความชี้แจงจากคนในองค์กรอัยการ

อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ พล.อ.ท.จักรกฤช ยังไม่ปรากฏตัวต่อ สังคม หรือเข้าพบคณะกรรมการตรวจสอบชุดใด 

การตรวจสอบปมผิดปกติของคดีนี้ จากกรรมการมากกว่า 5 ชุด คงให้ความกระจ่างแก่สังคมได้ในไม่ช้า หากทำอย่างตรงไปตรงมา และจะเป็น จุดเปลี่ยนสำคัญของคดีนี้หรือไม่ ต้องติดตาม

ซิมมือถือ 'จารุชาติ' หาย!! ตร.เต้น 'บิ๊กแป๊ะ' จี้ พลิกศพ-เช็กข้อมูลโทรฯ พยาน 'บอส อยู่วิทยา'

กมธ.ยุคสนช.เรียกสอบผู้เชี่ยวชาญความเร็ว จุดพลิกผันคดี "บอส อยู่วิทยา"

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก จักรกฤช ถนอมกุลบุตร

OR_Main OR_Main

อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร Add friend ได้ที่ @PPTVOnline

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP ประเด็นร้อน

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ