ในปี 2553 ประเทศไทยเกิดภาวะวิกฤตสภาวะตายด่วนของกุ้งทะเล (Shrimp Early Mortality Syndrome; EMS) ทำให้ไทยตกอันดับจากที่ 1 ของการส่งออกกุ้งและร่วงหล่นต่อเนื่องหลายปี ทำให้อัตราการเจริญเติบโต GDP ของภาคการประมงและอัตราการเจริญเติบโตคุณค่าธุรกิจของสหกรณ์ประมงมีอัตราการหดตัว
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) จึงได้พัฒนาระบบตรวจสอบสภาพบ่อเพาะเลี้ยงทั้งทางกายภาพ เคมี และชีวภาพ ด้วยเทคโนโลยี IoT ในพื้นที่ภาคตะวันออก หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า “Aqua IoT”
Aqua IoT เป็นระบบที่จะช่วยในการเฝ้าระวัง ส่งเสริมศักยภาพในการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ แก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที และวางแผนป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงต่อความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น จากสภาวะต่าง ๆ ในบ่อเลี้ยงได้ โดยเฉพาะในการเพาะเลี้ยงกุ้งและปลากระพง สัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ
โดย Internet of Things หรือ “IoT” คือการที่อุปกรณ์ต่าง ๆ ถูกเชื่อมโยงสู่โลกอินเทอร์เน็ต สามารถสั่งการได้จากทุกที่ในโลก เป็นอนาคตของนานาประเทศ รวมถึงไทย
Aqua IoT ประกอบไปด้วย 4 เทคโนโลยีย่อย
1.ระบบตรวจวัดและติดตามสภาพทางกายภาพ GROW FiT System
ระบบตรวจวัด ติดตาม แจ้งเตือน ค่าออกซิเจนที่ละลายในน้ำ (DO) ค่าอุณหภูมิของน้ำในบ่อเลี้ยง (Temp) และค่าความเป็นกรดด่างของน้ำในบ่อเลี้ยง (pH) ส่งข้อมูลขึ้นระบบ Cloud ผ่านอุปกรณ์ IoT ตรวจวัดค่าออกซิเจนละลายตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคจากการที่ระดับออกซิเจนต่ำกว่าระดับที่เหมาะสม
รวมทั้งมีสถานีตรวจวัดอากาศ (Weather Station) ที่ใช้วัดความเร็วลม ทิศทางลม ปริมาณน้ำฝน และปริมาณแสง เพื่อที่จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์ โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งผ่านทางแอปพลิเคชันทุก 5 นาที นอกจากนี้ ยังแจ้งเตือนทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ ผ่านข้อความ SMS ทางโทรสัพท์ พร้อมติดตามข้อมูลการตรวจวัดได้ทันทีผ่านโทรศัพท์
โดยเหตุที่ต้องวัดตรวจอากาศ ลม แสง อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ ค่า DO ค่า pH เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้มีความสัมพันธ์ต่อประสิทธิภาพการเลี้ยงกุ้ง
ดร.ศุภนิจ พรธีระภัทร หัวหน้าโครงการ Aqua IoT กล่าวว่า “เดิมเกษตรกร หรือผู้ประกอบการ ใช้เครื่องมือแล้วไม่มีระบบติดตามอัตโนมัติหรือทันท่วงที ดังนั้นแพลตฟอร์ม IoT มีผลอย่างมากในการเฝ้าระวังติดตาม เพื่อแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที อันนี้เป็นมุมมองที่นักวิจัยเอาระบบ อุปกรณ์ แล้วก็พร้อมทั้งแพลตฟอร์ม IoT เอามาให้ด้วย”
ธ.ก.ส.จ่อยืดพักหนี้เอสเอ็มอี เกษตรกร 5 แสนรายถึงสิ้นปี 63
อนิสรา ชอบชน เจ้าของเจริญดีฟาร์ม บอกว่า “เวลาเราเห็นค่า DO ทุกวัน เราจะเห็นค่ามันนิ่ง วันไหนที่ค่ามันเริ่มโดดในช่วงกลางวัน แสดงว่าวันนั้นในบ่อของเรา จุลินทรีย์บางตัว หรือแบคทีเรีย มันเริ่มมากขึ้น เราสามารถกำจัดหรือจัดการให้มันน้อยลงได้ เพื่อควบคุมค่า DO ให้นิ่ง ถ้าเป็นสมัยก่อนที่เรายังไม่ติดตั้งเครื่อง เราจะใช้วิธีการดูน้ำ ดูสีของน้ำ แต่อันนี้เราจะเห็นล่วงหน้าเลยว่าค่ามันเริ่มเปลี่ยน ต้องจัดการอะไรบางอย่างในบ่อของเรามากขึ้น”
นั่นทำให้ตั้งแต่ติดตั้งระบบมา อนิสรายังไม่เจอกุ้งตายเลย เพราะมองเห็นสถานการณ์ล่วงหน้า ทำให้สามารถจัดการแก้ปัญหาได้ก่อนจะเกิดผลเสีย
โดยเริ่มมีการติดตั้งระบบนี้ใน 15 ฟาร์ม 5 จังหวัดภาคตะวันออก คือ จันทบุรี ตราด ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา เพื่อยกระดับผู้ประกอบการสัตว์น้ำ นำร่องกิจการเพาะเลี้ยงกิจการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล
ด้าน สาธิต พานิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มารีน ลีดเดอร์ จำกัด 1 ใน 2 บริษัทผู้ได้รับไลเซนส์ให้เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเทคโนโลยีดังกล่าวบอกว่า “เทคโนโลยี 4.0 รวมถึง IoT ในอนาคตมีความจำเป็นสำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ อย่างวันนี้เราเห็นฝนตก ถ้าเราไม่มีตัวนี้วัด เราก็จะไม่รู้ว่า อุณหภูมิเย็นลงมั้ย ค่า pH ต่ำลงมั้ย เพราะฝนเป็นกรดอ่อน ... ทุกอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ นี่คืออนาคตเกษตรแม่นยำ (Precise Agriculture)”
สาธิตมองว่า ในอนาคต บ่อเพาะเลี้ยงกุ้งหรือสัตว์น้ำอื่น ๆ อาจมีขนาดเล็กลง แต่เพิ่มจำนวนสัตว์ในบล่อ และใช้เทคโนโลยีในการช่วยควบคุม เป็นการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต ส่วนงบประมาณ หากมีงบหลัก 5 หมื่นขึ้นไปก็สามารถพิจารณานำมาใช้ได้ โดยอาจมีการปรับระบบให้เหมาะสมกับฟาร์มของผู้ประกอบการแต่ละราย
เปิดเครือข่าย “ผู้ให้บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตร” พัฒนาเกษตรกร ยกระดับเศรษฐกิจประเทศ
2.ระบบตรวจวัดและติดตามสภาพทางกายภาพ MuEye System
กล้องตรวจจุลชีวะขนาดเล็กในน้ำเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในการตรวจสภาพทางกายภาพของสัตว์น้ำหรือสิ่งต่าง ๆ ที่มีขนาดเล็กที่ตาเปล่ามองเห็นไม่ชัดหรือมองไม่เห็น ทำให้สังเกตความปกติหรือผิดปกติต่าง ๆ ของสัตว์น้ำวัยอ่อนหรือขนาดเล็กได้ รวมไปถึงปกสิตที่จะเกาะอยู่นอกตัวสัตว์น้ำ หรือจุลชีพขนาดเล็กในบ่อเพาะเลี้ยงได้ โดยสามารถแสดงผลบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ผ่านการเชื่อมต่อ USB
3.ระบบตรวจวัดและติดตามสภาพทางเคมี ChemEye System
ดร.ศุภนิจกล่าวว่า ในการเลี้ยงสัตว์น้ำ เจ้าของหรือผู้ประกอบการต้องดูคุณภาพน้ำ ตรวจเช็กระดับแอมโมเนีย คลอรีน ไนเตรท ไนไตรท์ “ทุกฟาร์มต้องดูอยู่แล้ว ใช้ชุดตรวจแบบนี้อยู่แล้ว แต่ผู้ที่ตรวจมักจดขึ้นกระดาน และการอ่านค่าสีเพื่อแปลผล อาจคลาดเคลื่อน ผิดพลาด ดังนั้นจึงมีเครื่องอ่านค่าเคมีออกมาให้ แล้วส่งเข้ามือถือได้”
ChemEye System เป็นอุปกรณ์ตรวจสอบคุณภาพของสารเคมีในน้ำแทนการอ่านค่าสีด้วยตาเปล่าบนกระดาศเทียบสี เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการตรวจวัดคุณภาพน้ำ ทั้งก่อนและระหว่างการเพาะเลี้ยง รวมไปถึงน้ำที่จะระบายทิ้ง เพื่อจัดการ ดูแล แก้ไข อย่างถูกต้อง แม่นยำ พร้อมบันทึกข้อมูลและดูข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ต่าง ๆ ได้
“สินค้าจีไอ” ทางรอดเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทย
4.ระบบตรวจวัดและติดตามสภาพทางชีวภาพ Minimal Lab System
ระบบตรวจรูปแบบของจุลินทรีย์ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เป็นระบบที่ใช้ในการตรวจดูสภาวะทางชีวภาพของบ่อเพาะเลี้ยง สามารถติดตามการเจริญเติบโตของจุลชีพแบบต่อเนื่อง ทั้งในตัวอย่าง ดิน หรือเลน ในน้ำของบ่อเลี้ยง ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการเลี้ยง
โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งชาติ (BIOTEC) ได้ร่วมพัฒนา ชุดตรวจพร้อมกับทดสอบประสิทธิภาพของชุดตรวจเชื้อโรคเพื่อหาเชื้อ EMS, WSSV (โรคตัวแดงดวงขาว), และ EnHP ที่ก่อโรคในกุ้ง และส่งมอบให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงติดตามผลการใช้ชุดตรวจภาคสนามทุกชุดตรวจที่ทำการส่งมอบ
มานพ ไชยริปู เจ้าของมานพฟาร์ม เล่าประสบการณ์โรคตัวแดงตัวขาวว่า สร้างความเสียหายกับบ่อเพาะเลี้ยงกุ้งแบบ 100% ส่วนโรค EMS ยังมีอัตรารอด แต่ถ้าถึงครึ่งก็นับว่าขาดทุน
มานพระบุว่า เดิมหากสงสัยว่ากุ้งเป็นโรคหรือไม่จะใช้การสังเกตว่ากุ้งลอยขึ้นฝั่งหรือเปล่า “ช่วงเช้า ๆ นี่คนเลี้ยงจะดีใจมากถ้ามองแล้วไม่เห็นกุ้ง แต่ถ้าลอยมาเป็นแพจะมีเสียวแล้ว”
เดิมหากเกษตรกรต้องการดูปริมาณเชื้อแบคทีเรียในฟาร์ม ต้องส่งตรวจไปยังกรมประมง ซึ่งเวลานาน ประมาณ 24 ชั่วโมง เครื่องมือทุนสุง และต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ แต่ใน Aqua IoT มีการตั้งแล็บตรวจโรค ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงก็ทราบผล ว่าตัวอย่างที่เอามาติดโรคมหรือไม่
สำหรับวิธีการตรวจหาเชื้อด้วย Aqua IoT ก็ไม่ยุ่งยาก ไปตักน้ำจากบ่อ ใส่ไซรินก์ ใส่หลอดทดลองในเครื่องตรวจหาเชื้อ แล้วกดให้เครื่องทำงาน และไม่ต้องนั่งเฝ้าเพราะจะมีการส่งข้อมูลเข้าโทรศัพท์มือถือโดยตรง จากการทดลองเบื้องต้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ได้ผลลัพธ์ตรงกับวิธีการดั้งเดิม แต่ยังคงต้องเก็บตัวอย่างเพิ่มเติมเพื่อยืนยัน
ปัจจุบันเครื่องตรวจหาเชื้ออย่างง่ายนี้มีอยู่ 5 เครื่อง ใน 4 จังหวัดภาคตะวันออก คือ จันทบุรี 2 เครื่อง อยู่ที่สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งตะวันออกไทย และม.บูรพา วิทยาเขตจันทบุรี และที่ระยอง ตราด ฉะเชิงเทรา แห่งละ 1 เครื่อง หากมีผู้สนใจสามารถติดต่อไปยังสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งภาคตะวันออกได้โดยตรง
รมช.เกษตรฯ เตรียมเชิญสื่อต่างชาติ ลงพื้นทำความเข้าใจ ลิงเก็บมะพร้าว
ระบบใหม่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต
พัชรินทร์ จินดาพรรณ นายกสมาคมกุ้งตะวันออกไทย และเจ้าของลูกกระต่ายฟาร์ม บอกว่า Aqua IoT ช่วยในเรื่องการประหยัดพลังงาน เพราะโดยปกติฟาร์มจะเสียค่าใช้จ่ายไปกับการเปิดใบพัดตีออกซิเจนไม่น้อย เมื่อสามารถเห็นได้ว่าค่า DO สูงต่ำขนาดไหน ก็สามารถปรับลดการตีน้ำลงได้ โดยลดค่าใช้จ่ายพลังงานไปได้ 15-20%
พัชรินทร์มองว่า ในอนาคตหากมีการต่อยอดให้ระบบมี AI หรือปัญญาประดิษฐ์ควบคุมจะเป็นเรื่องดี เมื่อระบบรู้ว่าค่าใดค่าหนึ่งต่ำ เช่น DO ต่ำ ก็สามารถสั่งปิดเครื่องตีน้ำให้ออกซิเจนได้โดยอัตโนมัติ ประหยัดทั้งต้นทุนพลังงานและต้นทุนแรงงาน แรงงาน การทำงานจะสะดวกขึ้น รวดเร็วขึ้น
“จริง ๆ แล้วถ้าระบบ Aqua IoT เวิร์กมาก ๆ สามารถจัดการได้ทุกส่วน อย่างน้อย ๆ ก็น่าจะช่วยเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนได้ สิ่งสำคัญคือวันนี้ต้นทุนประเทศไทย การเลี้ยงกุ้งของประเทศไทย เราไม่สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม หรืออินเดีย ต้นทุนเขาต่ำกว่าเราเยอะ ทั้งในเรื่องของค่าแรงและพลังงาน วันนี้ถ้าระบบนี้ช่วยเราเรื่องค่าพลังงานได้ ค่าการจัดการได้ ก็สามารถแข่งขันได้ในอนาคตค่ะ” พัชรินทร์กล่าว
เธอเสริมว่า ต้องฝากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยกันหาทางว่า จะทำอย่างไรจึงจะช่วยในเรื่องต้นทุนให้ประเทศไทยแข่งขันได้ “จากที่เราเคยส่งออกเป็นอันดับ 1 ของโลกในเรื่องของกุ้ง เมื่อหลายปีมาแล้ว วันนี้เราไปอยู่อันดับที่ 5 ที่ 6 แล้วค่ะ ... คือวันนี้เกษตรกรอย่างเดียวเราไม่สามารถขับเคลื่อนได้ ต้องอาศัยทีมนักวิจัย และทีมรัฐบาล หลาย ๆ ส่วน เข้ามาช่วยกันขับเคลื่อนในการที่จะทำให้อุตสาหกรรมนี้ไปต่อได้”
ด้านมานพเสริมว่า “ก็ต้องฝากความหวังไว้กับทางหัวหน้าต่าง ๆ เวลาคุยงบวิจัยหรืองานวิจัยต่าง ๆ ควรส่งเสริมด้านที่ว่า เกษตรกรสามารถนำมาใช้จริงได้ แล้วเราจะได้นำมาช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจบ้านเรา เพราะว่านักวิจัยเราเก่งเยอะ ถ้าเราได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเราจะสามารถพัฒนาตรงนี้ มูลค่าความเสียหายที่เกิดจากโรคกุ้ง ปีหนึ่ง 5-6 พันล้าน ถ้าช่วยตรงนี้ได้ก็สามารถดึงเศรษฐกิจแล้วก็ช่วยเหลือเกษตรกรเราได้มากขึ้น”