เมื่อวานนี้ ชาวเบลารุสราวแสนคนออกมาประท้วงที่บริเวณจตุรัสอิสรภาพกลางกรุงมินสค์ เพื่อเรียกร้องให้ประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโคลาออก นับเป็นการประท้วงที่ใหญ่ที่สุดของเบลารุส ผู้ประท้วงหลายคนต่างชูธงสีแดงขาว หรือร่วมกันแห่ผืนสีแดงขาวขนาดใหญ่เป็นขบวนยาว
ธงสีขาวมีแถบแดงตรงกลางที่ผู้ประท้วงใช้ไม่ใช่ธงชาติปัจจุบันของเบลารุส แต่เป็นธงชาติในอดีต ที่ถูกใช้เมื่อเบลารุสประกาศอิสรภาพแยกตัวจากสหภาพโซเวียต แต่ต่อมาในปี 1995 ชาวเบลารุสส่วนมากได้ลงประชามติให้เบลารุสเปลี่ยนมาใช้ธงชาติสีแดงเขียว ธงชาติที่เคยใช้เมื่อเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต และในช่วงเดียวกันได้มีการจัดทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ยกเลิกการจำกัดสมัยดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดี
กลุ่มผู้ประท้วงจึงเลือกใช้ธงสีแดงขาวเพื่อสื่อความหมายต่อต้านการสืบทอดอำนาจ และการเป็นพันธมิตรกับรัสเซียของประธานาธิบดี อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโค
กลุ่มผู้ประท้วงเรียกตัวเองว่า ‘ขบวนแห่งเสรีภาพ’ เพื่อต่อต้านผลการเลือกตั้งทั่วไปที่ประธานาธิบดีลูคาเชนโคชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 6 ที่พวกเขาเชื่อว่าการเลือกตั้งถูกจัดขึ้นอย่างไม่โปร่งใสและยุติธรรมเพื่อปูทางให้ลูคาเชนโคยังอยู่ในอำนาจ การประท้วงในเบลารุสลุกฮือจากกลุ่มคนรากหญ้า และกระจายไปทั่วประเทศ
พวกเขาต่างตะโกนว่า ลูคาเชนโคออกไป และ พวกเราจะไม่ลืมและไม่ให้อภัย จนสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ
การประท้วงในเบลารุสครั้งนี้นับว่าเป็นการประท้วงของคนทุกรุ่นทุกวัย มีทั้งวัยรุ่น ผู้ใหญ่ และพ่อแม่ที่อุ้มลูกมาร่วมประท้วง ด้านลูคาเชนโคออกมาปรากฎตัวเมื่อวาน โดยมีชาวเบลารุสหลายพันคนออกมารวมตัวสนับสนุนลูคาเชนโคเป็นครั้งแรก ตั้งแต่เขาชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี กลุ่มผู้สนับสนุนต่างชูธงชาติเบลารุสสีแดงเขียว เพื่อแสดงจุดยืนตรงข้ามกับกลุ่มผู้ประท้วง โดยเขากล่าวหาเด็กรุ่นใหม่ว่ากำลังทำให้ประเทศแตกแยก และยืนยันไม่จัดการเลือกตั้งใหม่อย่างแน่นอน แม้จะถูกกดดันจากสหภาพยุโรปหรือนาโต้
โดยตลอดช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่มีการประท้วง เจ้าหน้าที่ของเบลารุสได้จับกุมผู้ประท้วงไปกว่า 6,000 ราย และมีรายงานการใช้ความรุนแรงกับผู้ประท้วงอย่างเช่นชายคนนี้ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตีหลังและชกหน้าจนได้รับบาดเจ็บ
หลังจากเริ่มมีการจับกุม และการใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ประท้วง ทหารของเบลารุสหลายนายพร้อมใจกันโพสต์คลิปถอดหรือทำลายเครื่องแบบลงบนโซเชียลมีเดีย เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนผู้ประท้วง
อย่างทหารรายนี้ที่ถือเครื่องแบบที่มียศต่างๆ ติดบนเสื้อ พร้อมกับพูดว่าเขารู้สึกอับอายที่เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ที่ปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรง ก่อนจะทิ้งเครื่องแบบลงถังขยะหรืออย่างรายนี้ที่ถอดเครื่องแบบลงบนพื้นและจุดไฟเผา และมีทหารอีกหลายรายที่ตัดสินใจถอดเครื่องแบบและนำไปทิ้งถังขยะ โดยมีเสียงผู้ประท้วงจำนวนมากส่งเสียงให้การสนับสนุน
คลิปเจ้าหน้าที่ทหารถอดเครื่องแบบที่ถูกส่งต่อเป็นวงกว้าง ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารหลายรายพากันทำตามจนกลายเป็นเทรนด์บนโซเชียลมีเดีย เช่นเดียวกับพนักงานของสถานีโทรทัศน์ทางการของเบลารุส ที่พากันลาออกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังสถานีโทรทัศน์หลีกเลี่ยงนำเสนอข่าวของผู้ชุมนุม
โดยผู้ประท้วงที่รวมตัวกันอยู่หน้าสถานีโทรทัศน์ต่างส่งเสียงอย่างดีใจ เมื่อพนักงานต่างพากันเดินออกจากสถานี อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโค เป็นประธานาธิบดีของเบลารุสมาตั้งแต่ปี 1994 หรืออยู่ในอำนาจมาแล้วถึง 26 ปี และการชนะเลือกตั้งครั้งนี้จะทำให้เขาอยู่ในตำแหน่งไปอีกถึงปี 2025 มีหลายปัจจัยที่ทำให้เขาอยู่ในอำนาจได้อย่างยาวนาน ทั้งการจัดการเลือกตั้งที่ไม่โปรงใสและยุติธรรม การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการใช้นโยบายประชานิยม
ขณะที่เขากำลังเตรียมถูกคว่ำบาตรจากนาโต้และประเทศในยุโรป รัสเซีย พันธมิตรที่เหนียวแน่นของลูคาเชนโค เสนอจะส่งกองกำลังทหารช่วยเหลือเบลารุส หากถูกนาโต้กดดันทางทหาร ผู้ประท้วงในเบลารุสที่ออกมากว่าแสนคน ถูกคาดว่า จะยิ่งเพิ่มขึ้นกว่านี้อีก เบลารุส ประเทศที่ถูกขนานนามว่าเป็นเผด็จการสุดท้ายของยุโรป จึงกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ