ประธานาธิบดีอิบราฮิม บูร์บากา เกอิตา (Boubacar Keïta) ของประเทศมาลี ออกแถลงการณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ ประกาศลาออกจากตำแหน่ง ยุบสภาผู้แทนราษฎรและคณะรัฐมนตรี เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดการนองเลือด ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังประธานาธิบดีเกอิตา และนายกรัฐมนตรีบูบู ซิสเซ่ (Boubou Cissé) ถูกควบคุมตัวไปไว้ในค่ายทหารใกล้กับกรุงบามาโก เมืองหลวงของประเทศ เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากชาติมหาอำนาจในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก และอดีตเจ้าอาณานิคมของมาลี อย่าง ฝรั่งเศส
โดยกลุ่มนายทหารชั้นผู้น้อยที่โกรธแค้นบุกจับผู้บัญชาการและยึดค่ายเมืองเกติ (Kati) ก่อนเคลื่อนกำลังเข้าจับกุมตัวผู้นำประเทศ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องให้กำลังใจของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลที่ชุมนุมเรียกร้องให้ประธานาธิบดีเกอิตา ลาออกมาตั้งแต่เดือนมิ.ย.
ขณะที่สื่อหลายสำนักรายงานว่า นายทหารแตกแถวเหล่านี้โกรธแค้นเรื่องเงินเดือนค่าตอบแทน และปัญหาความขัดแย้งกับกลุ่มติดอาวุธที่ยืดเยื้อยาวนาน รวมถึงความไม่พอใจที่มีต่อตัวประธานาธิบดีรายนี้
สำหรับประธานาธิบดีเกอิตา เข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศสมัยที่ 2 หลังการเลือกตั้งในปี 2018 ที่ผ่านมา แต่ประชาชนไม่พอใจปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน การบริหารจัดการเศรษฐกิจที่ผิดพลาด และความรุนแรงในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้นทั่วประเทศ จนนำไปสู่การเดินขบวนประท้วงครั้งใหญ่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
ทั้งนี้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็นเอสซี (UNSC) เตรียมประชุมในวันนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในประเทศมาลี