ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ สุจินดา มาลัยวิจิตรนนท์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ดูแลในเรื่องของการทดลองวัคซีนทั้ง 3 ชนิดในสัตว์ ประกอบด้วย วัคซีนต้นแบบ mRNA โปรตีนซับยูนิท สกัดจากใบยาสูบ และวัคซีนที่ทดลองโดยบริษัทเอกชน ให้สัมภาษณ์พิเศษกับทีมข่าวพีพีทีวีว่า ขณะนี้ การทดลองวัคซีนต้นแบบ แบบ mRNA ฉีดในลิงครบ 3 ครั้งแล้ว ได้ผลดี กำลังรอ อย.อนุมัติให้ทดลองในคน
ส่วนโปรตีน ซับยูนิท ที่สกัดจากใบยาสูบ ได้ฉีดในลิงครบ 2 ครั้งแล้ว และพบว่าได้ผลดี ภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นสูงมาก ขณะที่ค่าเอนไซม์ตับปกติ เม็ดเลือดขาวก็ปกติ /สามารถยับยั้งไวรัสได้ และกระตุ้น T cell ได้ ขณะนี้ก็กำลังรอ อย.อนุมัติให้ทดลองในคนได้เช่นกัน อยากให้ อย. อนุมัติโดยเร็ว เพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ส่วนวัคซีนของบริษัทเอกชน ตรงนี้จะไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้
ทั้งนี้ เมื่อ อย.อนุมัต จะเริ่มทดลองเฟส 1 คือ ดูความปลอดภัย ซึ่งจะทดสอบในมนุษย์ที่มีความแข็งแรง หลักสิบคน ทดลองในประเทศไทย เฟส 2 คือ ดูการกระตุ้นภูมิ ซึ่งจะทดสอบในมนุษย์ที่จำกัดวงมากขึ้น ซึ่งโควิด 19 มีผลต่อเด็กและคนชรา มากที่สุด จึงจะทดสอบในกลุ่มนี้ หลักร้อยคน ซึ่งจะทดลองในไทยเช่นกัน ขณะที่เฟส 3 จะดูในเรื่องการทดสอบประสิทธิผลในการป้องกันเชื้อโควิด-19 ต้องทดสอบในประเทศที่มีการติดเชื้อ หลักพันถึงหลักหมื่น จึงคาดว่าจะมีการประสานไปทางอินโดนีเซีย เพื่อขอไปทดลอง
ในเฟส 3 ตรงนี้ ทางศูนย์จึงต้องมี โมดูล หรือ ห้องปฏิบัติการสำหรับโรคติดเชื้อที่มาทางอากาศ เพื่อทดลองในสัตว์เพิ่มเติม ควบคู่ไปกับการทดลองในมนุษย์
ดังนั้น การที่รัฐบาลให้งบฯมาแล้ว 1000 ล้านบาท จะกระจายให้หลายหน่วยงาน แบ่งเป็น 3 ก้อน ก้อนแรก จะนำไปทดสอบวัคซีน 300 กว่าล้านบาท ก้อน 2 ประมาณ 600 กว่าล้านบาท จะนำเข้าเทคโนโลยีเข้ามาผลิตเองในประเทศ และก้อน 3 จะนำไปสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน ในส่วนนี้ศูนย์ไพรเมทฯ จะใช้สั่งซื้อ ห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่ หรือว่า โมดูล ห้องปฏิบัติการสำหรับโรคติดเชื้อที่มาทางอากาศมาใช้ทดลองในมนุษย์ ซึ่งในกระบวนการทดลอง อยากให้ อย.พิจารณาตามมาตรฐานของต่างประเทศ เพื่ือให้วัคซีนที่ผลิตขึ้นได้ ใช้ได้ทั้งในประเทศไทย และนำไปขายให้ต่างชาติได้ด้วย
สำหรับ ประเทศไทยขณะนี้ ไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศแล้ว จึงคาดว่าจะไปทดลองเฟส 3 ที่ประเทศอินโดนีเซีย แต่ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการประสาน และด้วยความที่โควิดวัคซีน ต้องการเร็ว แต่ต้องดูว่าปลอดภัยไหม ฉะนั้น นักวิจัยต้องประเมินทุกขั้นตอน เพราะถ้าเกิดความผิดพลาด นักวิจัยก็ต้องออกมาแบกรับความผิดชอบโดยตรง