หลังเกิดเหตุความวุ่นวายในการประกวดนางงาม “นางสาวสมิหลา 2020” เมื่อคืน 31 สิงหาคม ซึ่งเป็นการประกวดรอบสุดท้าย เพื่อเฟ้นหาสาวงามครองตำแหน่ง “นางสาวสมิหลา ประจำปี 2563” และเป็นหนึ่งไฮไลท์ในงานเทศกาลอาหารสองทะเลที่จัดขึ้นที่บริเวณสระบัวแหลมสมิหลา อ.เมือง จ.สงขลา งานประจำปีของ จ.สงขลา
แต่ปรากฏว่าเวทีล่ม เนื่องจากในรอบ 10 คน สุดท้าย มีสาวงาม 5 คน ที่ตกรอบ ขึ้นมาประท้วงกรรมการบนเวที เพราะมองว่ากรรมการตัดสินไม่ยุติธรรม ค้านสายตา และมีการล๊อคมงกุฏเอาไว้แล้ว จนกลายเป็นความวุ่นวาย สุดท้ายก็ต้องยุติการประกวดไม่มีใครครองตำแหน่งนางสาวสมิหลาในปีนี้ และเงินรางวัลก็ต้องหาร 10 นั้น จนเกิด #นางสาวสมิหลา ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ พ่วง #ตำนานบทใหม่ บนเวทีนางงาม เนื่องจากมีการไลฟ์เหตุการณ์นางงามทวงความยุติธรรม ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย
นายแพทย์ปวริศ หะยีอามะ ผู้อำนวยการกองประกวดนางสาวสมิหลาในปีนี้ โดยบอกว่า การประกวดนางสาวสมิหลาในปีนี้ และเกณฑ์การตัดสินได้ยกระดับเวทีสู่สากล ต่างจากทุกปี มีสโลแกนนางสาวสมิหลาต้องสวยพร้อมใช้ มีสมองยุคใหม่ 5 จี เพื่อสู่สากล และต่อยอดได้
“ผู้ที่จะครองตำแหน่งนางสาวสมิหลา ประจำปี 2563 จะต้องเป็นผู้หญิงที่สวยมีออร่า และหน้าสดก็ต้องสวยด้วย มีทัศนคติที่ดี มีสมอง ความสามารถรอบด้าน และต้องมีความเป็นอัตลักษณ์ของสงขลา”
“ส่วนของเกณฑ์การตัดสิน ก็จะดูตั้งแต่วันแรกที่เข้าประกวด และยืนยันว่า ทั้งตนและกรรมการทุกคนเป็นกลาง ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้เข้าประกวดคนใด กรรมการได้พิจารณาคะแนนดีที่สุดแล้ว ส่วนเรื่องปัญหาคะแนนที่หลุดออกไปที่คนได้คะแนนต่ำได้เข้ารอบ คนได้คะแนนสูงตกรอบนั้น ใบคะแนนนั้นไม่ใช่ใบจริง เป็นเพียงแค่การโหวตของกรรมการทั้ง 9 คน ที่แต่ละคนเลือก 5 คน สุดท้ายมา แต่ใบคะแนนจริงคือ สัดส่วนความสวย 60 เปอร์เซ็นต์ และการตอบคำถามกับทัศนคติอีก 40 เปอร์เซ็นต์ และยังต้องมาประชุมสรุปผลโหวตกันอีกครั้ง”
นายแพทย์ปวริศ เหตุการณ์นี้ตนเสียใจมาก และขอถอนตัวจากการเป็นผู้จัดการประกวดนางสาวสมิหลา เพราะ ก่อนหน้านี้ก็ถูกเชิญให้มาเป็นผู้อำนวยการกองประกวด จากความสำเร็จในการประกวดมิสแกรนด์สงขลา เพื่อที่จะให้เป็นเวทีนางงามที่ก้าวเข้าสู่สากล
สำหรับเหตุการณ์เมื่อคืนนี้เป็นการประกวดรอบ 10 คน สุดท้าย และหลังเกิดปัญหามีการชี้แจงทั้ง 2 ฝ่าย เรียบร้อยแล้ว และจบลงด้วยดี ส่วนเรื่องเงินรางวัลลำดับที่ 1-5 ซึ่งมีเงินรางวัล 2 แสนบาท ได้หาร 10 ได้ไปคนละ 2 หมื่นบาท ส่วนผู้ที่ผ่านเข้ารอบ 5 คน สุดท้ายได้เพิ่มให้คนละ 1 หมื่นบาท
ด้าน นายมณฑล ซึ่งเป็นพี่เลี้ยงนางงาม 3 คน ที่มีปัญหาบอกว่า การประกวดนางสาวสมิหลา เป็นเวทีใหญ่ของภาคใต้ ซึ่งตนได้ส่งนางงามเข้าประกวดมาไม่ต่ำกว่า 10 ปี เพราะ เป็นสัญญาใจ แต่ที่เป็นปัญหาคือ เรื่องของคะแนนที่หลุดออกมา เพราะ คนที่คะแนนต่ำกลับเข้ารอบ คนที่คะแนนสูงกลับตกรอบ ตอนแรกคณะกรรมการจะประกวดใหม่ในอีก 2 วัน แต่ดูแล้วพวกตนคงไม่ชนะ เพราะ มีเรื่องขึ้นมาแล้ว รวมทั้งต้องเสียค่าใช้จ่ายอื่นๆอีก จึงขอจบด้วยการแบ่งเงินรางวัลเท่าๆกัน เพื่อความยุติธรรม
ขณะที่ น.ส.อรณพรรณ ณ เชียงใหม่ หรือน้องอร ผู้เข้าประกวดหมายเลข 32 ซึ่งเป็นผู้ประกวดที่ขึ้นไปถือไมค์พูดกับกรรมการ เปิดเผยว่า จากประสบการณ์ประกวดนางงามรู้แพ้รู้ชนะมาตลอด แต่ครั้งนี้คะแนนสูง และมั่นใจว่า ตอบคำถามดี และเดินดีทุกอย่างกลับตกรอบ จึงคิดว่า เป็นการตัดสินที่ไม่ถูกต้อง ในขณะที่เพื่อนนางงามอีก 2 คน ที่อยู่ในทีมเดียวกันก็บอกว่า เสียใจกับการตัดสินในครั้งนี้ แต่เรื่องนี้ได้จบลงแล้ว เนื่องจากทางคณะกรรมการได้แก้ปัญหาให้แบ่งรางวัลเท่าๆกันทั้ง 10 คน และได้รับเงินแล้ว ซึ่งเป็นธรรมกับผู้เข้าประกวดทุกคน
ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก Poetry of Bitch สรุปดราม่า #นางสาวสมิหลา
สรุปดราม่า #นางสาวสมิหลา
1 คืนวันที่ 31 สิงหาคม 2563 ที่แหลมสมิหลา จ.สงขลา มีการจัดประกวดนางงาม "นางสาวสมิหลา 2020" รอบตัดสิน ชิงมงกุฎพร้อมเงินรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท ซึ่งเวทีนี้เป็นเวทีนางงามที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้
2 มีสาวงามเข้ามาถึงรอบนี้ 10 คน เกณฑ์หนึ่งในการให้คะแนนคือ นางงามจะต้องตอบคำถามจากคณะกรรมการ คะแนนในการตอบคำถามคิดเป็นร้อยละ 40 ของคะแนนทั้งหมด
3 หลังตอบคำถามมีการคัดนางงามออก 5 คน เหลือ 5 คนสุดท้าย ซึ่งว่ากันว่าคนที่ตกรอบนั้นตอบคำถามดี ฉะฉานกว่าคนที่เข้ารอบทุกคน และแม้แต่คนที่ตอบคำถามได้ดีที่สุดก็ยังตกรอบ ทำให้เกิดข้อกังขาและมีเสียงวิพากษณ์วิจารณ์กระหึ่มทันที
4 การประกวดดำเนินต่อไปท่ามกลางเสียงโห่ร้อง พิธีกรบนเวทีจึงประกาศว่า การตัดสินของกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด ขอให้เคารพความทรงเกียรติของจังหวัดสงขลา และยืนยันว่าการให้คะแนนเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ยิ่งทำให้เสียงโห่ร้องดังขึ้นกว่าเดิม
5 จากนั้นหนึ่งในนางงามที่ตกรอบชื่อ "น้องอร" (อรณพรรณ ณ เชียงใหม่) หมายเลข 32 ได้พาเพื่อนสาวงามอีก 4 คน บุกไปถามกรรมการถึงเกณฑ์การให้คะแนน และขอให้เปิดผลคะแนนเพื่อความโปร่งใส เมื่อไม่ได้คำตอบที่น่าพอใจ นางงามทั้ง 5 จึงบุกขึ้นไปบนเวทีเรียกร้องความยุติธรรม
6 น้องอรเดินไปเอาไมค์มาจากพิธีกรแล้วพูดว่า ตนกับเพื่อน ๆ ที่ตกรอบเคยประกวดมาหลายเวที พวกเรารู้แพ้รู้ชนะ เรารู้ตัวเวลาเราตอบคำถามไม่ดี เรารู้ตัวเวลาเราไม่สมควรได้เข้ารอบ ถ้าจะตกรอบอย่างสมศักดิ์ศรีเรายอมรับได้ แต่ในค่ำคืนนี้เวทีแห่งนี้ไม่มีความยุติธรรม
7 ในระหว่างที่น้องอรพูดนั้น ทีมงานรีบตัดเสียงไมค์ออกแทบจะทันที แต่น้องอรก็ยังพูดต่อ จากนั้นมีการเรียกบรรดาสาวงามเข้าไปเคลียร์กันหลังเวที ทำให้การประกวดหยุดชะงักลง
8 ต่อมามีการเปิดเผยผลการให้คะแนน พบว่าน้องอรได้คะแนนตอบคำถามมากที่สุดคือ 9 คะแนน แต่กลับตกรอบ และมีนางงามบางคนได้ 0 คะแนน และ 1 คะแนน อย่างไม่น่าเชื่อ
9 กรรมการอ้างว่า การคัดเลือกผู้เข้ารอบใช้ระบบให้กรรมการโหวตเลือก 5 คนสุดท้าย ใครที่กรรมการเลือกมากที่สุดจะได้เข้ารอบ
10 ที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากอีกอย่างก็คือ กระดาษให้คะแนนของกรรมการ ซึ่งเป็นกระดาษเอสี่เปล่า ๆ และเขียนผลคะแนนอย่างหยาบ ๆ เหมือนกระดาษทดเลข
11 มีข่าวลือสะพัดว่านางงามที่เข้ารอบ 4 คน เป็นนางงามเส้นใหญ่ที่ถูกเลือกเอาไว้แต่แรก และมีการล็อคมง เอาไว้แล้วว่าจะให้ใครชนะ ก่อนหน้านี้มีพี่เลี้ยงนางงามพานางงามถอนตัวไปถึง 9 คน เพราะทราบว่าจะมีการล็อคมง
12 ผลสุดท้าย การประกวดนางสาวสมิหลาต้องหยุดไว้แค่นั้น เงินรางวัลถูกนำมาหารแบ่งให้นางงามที่เข้ารอบทั้ง 10 คน เป็นอุทาหรณ์ครั้งใหญ่ของการจัดประกวดนางงาม
13 ต่อมาน้องอรได้ไลฟ์เฟซบุ๊กชี้แจงว่า เธอไม่ได้มีเจตนาจะทำลายการประกวด และไม่ได้มีเจตนาจะแสดงความก้าวร้าว แค่ต้องการคำอธิบายจากกองประกวดในการให้คะแนน แต่ได้รับคำตอบที่ไม่สมเหตุสมผล ประกอบกับภายในงานเสียงดัง เธอจึงต้องตะเบ็งเสียงพูด ทำให้ภาพที่ออกมาดูก้าวร้าวรุนแรง
กูรูนางงาม แฉเวทีนางงามล็อกมงกุฎได้ แต่ต้องเตรียมการ!
ทั้งนี้มาฟังคำถามคำตอบ นางสาวสมิหลา2020 ในรอบ 10 คนสุดท้าย ที่เป็นคำถามต้นเหตุของปัญหา
คำถามคือ - ถ้าหากโลกต้องถึงคราวแตกสลาย และคุณมีโอกาสอพยพคนไปอยู่ดาวดวงใหม่ในจำนวนจำกัด คุณคิดว่าบุคคลกลุ่มไหนควรได้รับโอกาสนั้นและคุณควรได้รับโอกาสนั้นหรือไม่เพราะเหตุใด
ฟังคำตอบของ 10 สาวงามผู้เข้าประกวด
คำถามนี้คือตำนาน ถ้าคุณเป็นกรรมการ ใครจะได้เข้า TOP5 บ้าง เริ่มค่ะ #นางสาวสมิหลา2020
Posted by ชีวิตติดนางงาม on Monday, August 31, 2020