ภาพ 3d จำลองเหตุการณ์ที่ น.ส. ธิดาเดือน รุ่งแสง อายุ 42 ปี พยาบาลที่ผูกคอตัวเองผู้เสียชีวิต ได้ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ ชูสเตอร์ สีดำแดง ไม่มีแผ่นป้าย มาที่บ้านพักอดีตสามี ในเขตอำเภอเมือง จ.สระบุรี เพื่อตามหาลูกสาวที่หายตัวไป พร้อมตะโกนบอกว่าจะมารับลูกสาวคืน และถ้าไม่ยอมคืนให้จะนอนค้างที่นี่
จากนั้นเมื่ออดีตสามีพบเห็นว่าผู้ตายมาที่บ้านพัก แต่ก็ยังไม่ยอมลงมาเปิดประตูให้เพราะเกรงว่าจะทะเลาะกัน เนื่องจากอดีตสามีได้ไปเอาลูกสาวของผู้ตายมาอยู่ด้วย จนกระทั่งโวยวายอยู่หน้าบ้านไปพักใหญ่ จากนั้นเสียงก็เงียบหายไป ซึ่งอดีตสามีก็ไม่ได้สนใจอะไร
กระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น เวลาประมาณ 07.30 น. ภรรยาหลวงได้เปิดประตูบ้านมาดูก็ตกใจ เพราะว่าเห็นปลายเท้าของอดีตภรรยา ซึ่งได้ผูกคอตัวเองเสียชีวิต สภาพห้องโตงเตงอยู่กับขื่อหลังคาโรงรถหน้าบ้าน จึงตกใจอย่างมากและได้วิ่งกลับเข้าไปในบ้าน พร้อมตะโกนเรียกสามีให้มาดู
ต่อมาอดีตสามีและภรรยาหลวง ก็ได้วิ่งออกมาดู ซึ่งจังหวะนั้นเป็นจังหวะเดียวกับที่มีชายคนรู้จักมาที่บ้านด้วยพอดี และพบเห็นว่าพยาบาลผูกคอตัวเองเสียชีวิต จึงได้ช่วยกันนำร่างของผู้ตายลงมานอนที่พื้น ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าผู้ตายน่าจะน้อยใจที่ทะเลาะกับอดีตสามี ประกอบกับถูกเอาตัวลูกสาวไป จึงได้ตัดสินใจคิดสั้นดังกล่าว
แต่ทางญาติของผู้ตายยังไม่ปักใจเชื่อ โดยน้าของผู้เสียชีวิต นางสายรุ้ง โมรา เล่าว่า ตนและญาติยังติดใจข้อพิรุธจาก ศพ น.ส.ธิดาเดือน เพราะมีความขัดแย้งกับสภาพศพที่ผูกคอตายทั่วไป อีกทั้งสภาพศพของผู้ตายก็มีบาดแผลหลายแห่ง เช่น มีรอยเชือกขนาดใหญ่อยู่ที่ลำคอ , ลิ้นไม่จุกปาก , ปากกัดเกร็ง , ดวงตาปิดสนิทไม่ถลน , มีแผลที่ศีรษะด้านซ้ายแตก , เลือดหยดตามเสื้อ , หน้าผากมีรอยบุบ , มือ 2 ข้างถลอก , ลำตัวมีรอยขีดข่วน
นอกจากนี้กล้องวงจรปิดภายในบ้านที่เกิดเหตุก็ยังใช้งานไม่ได้ อีกทั้งขื่อที่ใช้ผูกคอมีความสูงถึง 2.40 เมตร แต่ตัวผู้ตายสูงเพียง 1.60 เมตร และสภาพโดยรอบที่เกิดเหตุไม่มีอะไรที่จะปีนขึ้นไปผูกเชือกได้ ภายในบ้านพบเพียงกระป๋องสี สูงประมาณ 30เซนติเมตรวางอยู่ข้างศพ ซึ่งอดีตสามีคาดว่าเป็นสิ่งที่ใช้ปีนแขวนคอ และเชือกไนลอนขนาดความกว้าง 20 มิลลิเมตร ยาว 10 เมตร ที่ผู้เสียชีวิตใช้ผูกคอก็มีขนาดใหญ่จนเกิดนไป จึงคาดว่าไม่น่าจะนำมาผูกเป็นเงื่อนเพื่อใช้สำหรับผูกคอได้ ซึ่งประเด็นทั้งหมดทำให้ญาติยังติดใจ คำให้การของอดีตสามีที่ไม่สอดคล้องกัน อีกทั้งญาติของผู้ตายให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้ผู้ตายได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ต้องผ่าตัดข้อเท้าถึง 3 ครั้ง ปัจจุบันยังใช้ไม้ค้ำยันช่วยเดิน ทำให้ญาติตั้งข้อสังเกตว่าเป็นไปได้ยากที่ผู้เสียชีวิตจะปีนขึ้นไปเอง
ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า ในวันดังกล่าวยังพบผู้ที่อยู่ในสถานที่เกิดเหตุอีก 4 คน คือ เจ้าของบ้านซึ่งเป็นอดีตสามีของผู้ตาย , ภรรยาที่จดทะเบียนสมรสด้วยกัน , ลูกจ้าง , และพ่อของอดีตสามี จากการชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุเบื้องต้นพบว่าผู้เสียชีวิตมีรอยบวมโนที่หน้าผากเล็กน้อย ส่วนบริเวณอื่นตามร่างกายไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด เบื้องต้นทางตำรวจ พฐ. ได้เก็บ DNA และคราบเลือดจากศพผู้เสียชีวิตและบุคคลในบ้านไปทำการตรวจพิสูจน์แล้ว พร้อมส่งศพผู้ตายไปทำการผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตายอย่างละเอียดอีกครั้ง และทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องไปแล้วหลายปาก แต่ยังคงต้องรอผลการชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตโดยละเอียดอีกครั้ง นอกจากนี้ยังคงต้องรอผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุจากกองพิสูจน์หลักฐาน ประกอบกับข้อมูลทางการสืบสวนสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ เพื่อคลี่คลายปมข้อสงสัยและสาเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้ต่อไป