ศูนย์กู้ชีพบางเลนได้รับแจ้งเหตุว่ามีหนุ่มนักศึกษาอายุ 18 ปี เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ถูกงูที่อยู่ในชักโครกของห้องน้ำชั้นล่างของบ้านกัดที่อวัยวะเพศ ได้รับบาดเจ็บ จึงเข้าตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น จากการตรวจสอบภายในบ้านพบรอยเลือดหยดอยู่ที่พื้นเป็นจำนวนมาก ภายในห้องน้ำยังพบงูเหลือมจำนวน 1 ตัว ขนาดความยาวประมาณ 1 เมตร เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงทำการจับงูตัวดังกล่าวเอาไว้ได้
จากการสอบถามนางสาวสุตาภัทร เเม่ของผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ตอนเกิดเหตุกำลังทำงานอยู่ ลูกชายโทรศัพท์มาบอกว่าถูกงูกัด ตนจึงถามไปว่าถูกงูอะไรกัด ลูกชายก็บอกว่าไม่รู้ มันออกมาจากชักโครก จึงรีบกลับมาดูที่บ้าน พบเพียงรอยเลือดเท่านั้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวลูกชายไปส่งที่โรงพยาบาล เเพทย์ต้องทำการเย็บแผลที่อวัยวะเพศจำนวน 3 เข็ม อาการปลอดภัยเเล้ว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำงูเหลือมตัวดังกล่าวไปเก็บไว้ในสถานที่ที่ปลอดภัย เพื่อรอการปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติต่อไป
ด้าน จ.ส.ต.ภิญโญ พุกภิญโญ เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยชำนาญการ กทม. และผู้เชี่ยวชาญเรื่องการจับงู เปิดเผยในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าว ว่าสำหรับใต้บ้านในกรุงเทพมหานครกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นโพรงที่เป็นเส้นทางให้งูวิ่งเข้าวิ่งออกได้ สำหรับจุดที่เจองูบ่อย ๆ คือ การปีนข้ามกำแพง งูเหลือมบางตัวสามารถปีนกำแพงได้สูงราว ๆ 3 เมตร แล้วเข้าไปหลบในโพรงเพื่อพักก่อนที่จะออกมาหากิน ซึ่งอาจเป็นจุดที่มีสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์ในห่วงโซ่อาหารของพวกเขาอยู่
ส่วนอีกจุดที่พื้นทรุดตัวก็อาจจะเป็นจุดที่งูเข้ามาหลบซ่อนได้ บางทีงูหลบเข้าแล้ว เวลาไปจับงูหากเป็นโพรงที่ไม่ลึกมากก็จะใช้น้ำมันเบนซินจะทดสอบว่าข้างล่างมันมีที่มากน้อยแค่ไหนในการสัมผัส เพราะค่าความร้อนในเรื่องของกลิ่นจะทำให้งูออกมา แต่บางทีงูเหลือมก็ดื้อไม่ยอมออกมาก็มี วิธีหนึ่งที่สามารถป้องกันได้คือ ควรนำลวดที่เป็นตาข่ายมาปิดที่ท่อทุกส่วน แม้กระทั่งท่อห้องน้ำ ส่วนวิธีการป้องกันจริง ๆ ควรจะขุดรอบบ้านแล้วสร้างปูนต่อลงไปจากนั้นเทปูนเพื่อปิดโพรงในพื้นดินให้ลึกที่สุดเท่าที่จะลึกได้ปิดโพรงให้รอบเพื่อป้องกันระยะยาว