PrincessBajrakitiya PrincessBajrakitiya

วิธีรับมือ 'ตะขาบ-แมงป่อง-งู' บุกเต็นท์หน้าฝน สายแคมป์ต้องรู้

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หน้าฝนชุ่มฉ่ำแต่แฝงด้วยภัยเงียบ เจาะลึกวิธีรับมือตะขาบ แมงป่อง และงูหนีน้ำซุกเต็นท์ พร้อมวิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง สายแคมป์ปิ้งห้ามพลาดเด็ดขาด

ฤดูฝนคือช่วงเวลาที่ป่าไม้ฟื้นคืนชีพ ธรรมชาติกลับมาเขียวขจีและสมบูรณ์ที่สุด แต่ในขณะที่มนุษย์อย่างเราแพ็กกระเป๋าเข้าไปหาความสงบและกางเต็นท์ฟังเสียงฝน เหล่าสรรพสัตว์โดยเฉพาะ "สัตว์มีพิษ" ต่างก็กำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากสภาพอากาศที่แปรปรวนเช่นกัน เมื่อฝนตกหนัก น้ำท่วมขังรูและรังใต้ดิน สัตว์เลือดเย็นเหล่านี้จึงต้องอพยพหนีตายขึ้นสู่ที่สูง และมองหาพื้นที่ที่ "แห้งและอบอุ่น" ซึ่งจุดหมายปลายทางของพวกมันมักจะมาจบลงที่ใต้ฟลายชีท กองสัมภาระ รองเท้าบูท หรือแม้กระทั่งภายในเต็นท์อันแสนสบายของเรา

การถูกสัตว์มีพิษกัดหรือต่อยกลางป่าลึก ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เพราะนอกจากความเจ็บปวดแล้ว การเข้าถึงความช่วยเหลือทางการแพทย์ที่ล่าช้าอาจนำไปสู่อันตรายถึงชีวิต วันนี้เราจะพาทุกท่านไปเจาะลึกพฤติกรรมทางสัตววิทยาของ 3 สัตว์มีพิษตัวฉกาจ ได้แก่ งู ตะขาบ และแมงป่อง พร้อมเรียนรู้วิธีป้องกันและปฐมพยาบาลที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ เพื่อให้ทริปแคมป์ปิ้งหน้าฝนของคุณปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์

1. "งู" ภัยเงียบที่มากับความชื้นและพงหญ้า

งูเป็นสัตว์เลือดเย็น ที่ไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิร่างกายตัวเองได้ เมื่อฝนตกและอากาศเย็นลง งูจะต้องการแหล่งความร้อนเพื่อรักษาการทำงานของระบบเผาผลาญ ความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายมนุษย์ในเต็นท์ หรือความอบอุ่นใต้เครื่องยนต์รถยนต์ที่เพิ่งดับเครื่อง จึงเป็นแม่เหล็กดึงดูดชั้นดี ในประเทศไทย งูพิษที่มักพบเจอตามจุดกางเต็นท์ในป่า ได้แก่ งูเขียวหางไหม้ (พิษต่อระบบเลือด) และ งูเห่า (พิษต่อระบบประสาท)

วิธีป้องกันงูเข้าเต็นท์

  • ปิดซิปเต็นท์ให้สนิท 100% เสมอ กฎเหล็กข้อแรกคือ "ห้ามเปิดซิปเต็นท์ทิ้งไว้เด็ดขาด" แม้จะลุกไปเข้าห้องน้ำเพียง 1 นาทีก็ตาม งูสามารถเลื้อยเข้าช่องว่างขนาดเล็กได้อย่างรวดเร็ว

  • ทำความสะอาดแคมป์ไซต์ งูมักตามมากินหนูและกบ หากคุณทิ้งเศษอาหารเรี่ยราดจนหนูเข้ามากิน เท่ากับคุณกำลังเชิญชวนงูให้ตามมาด้วย

  • ใช้ไม้เท้าเดินป่าเคาะพื้น งูไม่มีหูสำหรับฟังเสียงในอากาศ แต่รับรู้ "แรงสั่นสะเทือน" บนผิวดินได้ดีมาก การเดินลงน้ำหนักหรือใช้ไม้เท้าเคาะพื้น จะทำให้งูรู้ตัวและเลื้อยหนีไปก่อนที่เราจะเดินไปถึง

การปฐมพยาบาลเมื่อถูกงูกัด

ลืมภาพในภาพยนตร์ที่ใช้ปากดูดพิษหรือการขันชะเนาะไปได้เลย! ข้อมูลทางการแพทย์ เรื่อง “งูกัด” ตกใจได้แต่มีสติ - ห้ามขันชะเนาะ หาแพทย์รับการรักษาโดยด่วน ยืนยันว่า การขันชะเนาะที่ผิดวิธีจะทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยงอวัยวะจนเกิดเนื้อตายและอาจต้องตัดทิ้ง

  • สิ่งที่ต้องทำคือ "การดาม" ให้ผู้บาดเจ็บอยู่นิ่งที่สุด โดยเฉพาะอวัยวะส่วนที่ถูกกัด หาไม้กระดานหรือกิ่งไม้ตรงๆ มาดามไว้ด้วยผ้าสะอาด (เหมือนการดามกระดูกหัก) เพื่อลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ ซึ่งจะช่วยชะลอไม่ให้พิษไหลเข้าสู่กระแสเลือดและระบบน้ำเหลืองอย่างรวดเร็ว จากนั้นรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด พร้อมจดจำลักษณะของงู (หรือถ่ายภาพถ้าทำได้) เพื่อให้แพทย์เซรุ่มได้ถูกต้อง

งูเขียวหางไหม้เป็นงูพิษที่มีอัตราการกัดคนสูงมากในฤดูฝน มักซ่อนตัวตามพงหญ้าหรือใต้กองใบไม้ การใส่รองเท้าหุ้มข้อและการใช้ไฟฉายส่องพื้นจึงจำเป็นอย่างยิ่ง

2. "ตะขาบ" นักล่าแห่งความชื้น ภัยมืดในรองเท้า

ตะขาบเป็นสัตว์ที่สูญเสียน้ำออกจากร่างกายได้ง่ายมาก พวกมันจึงเกลียดแสงแดดและหลงรักความชื้นเป็นชีวิตจิตใจ ในช่วงฤดูฝน ดินที่ชุ่มน้ำจะบีบให้ตะขาบต้องหนีขึ้นมาซ่อนตามกองฟืน ผ้าใบปูพื้น และจุดที่อันตรายที่สุดคือ "ในรองเท้าบูท" ที่เราถอดทิ้งไว้นอกเต็นท์ พิษของตะขาบมีฤทธิ์คล้ายเอนไซม์ที่ทำลายเนื้อเยื่อ ก่อให้เกิดอาการปวดบวมอย่างรุนแรง และในบางรายอาจเกิดภาวะแพ้รุนแรง

วิธีป้องกันตะขาบ

  • คว่ำรองเท้าและเคาะก่อนใส่เสมอ ห้ามสอดเท้าเข้าไปในรองเท้าที่วางทิ้งไว้ข้ามคืนโดยเด็ดขาด ให้จับรองเท้าคว่ำลงและเคาะกับพื้นแรงๆ หลายๆ ครั้ง

  • ยกสัมภาระขึ้นเหนือพื้น หากมีแคร่ไม้หรือโต๊ะสนาม ควรนำกระเป๋าเสื้อผ้าและเสบียงขึ้นไปวางด้านบน หลีกเลี่ยงการวางกองไว้บนพื้นดินที่ชื้นแฉะโดยตรง

  • ตรวจเช็กถุงนอน ก่อนล้มตัวลงนอน ให้สะบัดถุงนอนและใช้ไฟฉายส่องเข้าไปด้านในให้แน่ใจว่าไม่มีแขกไม่ได้รับเชิญซุกซ่อนอยู่

การปฐมพยาบาลเมื่อถูกตะขาบกัด

อ้างอิงหลักการปฐมพยาบาลจาก บทความเรื่อง เรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น หากต้องสัตว์มีพิษที่มักมาในช่วงหน้าฝน ให้รีบล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกและลดปริมาณพิษที่ค้างอยู่บริเวณผิวหนัง จากนั้นใช้ "การประคบเย็น" เพื่อทำให้หลอดเลือดหดตัว ลดการกระจายของพิษและบรรเทาอาการปวดบวม ห้ามใช้สมุนไพรพอกแผลเด็ดขาดเพราะอาจทำให้แผลติดเชื้อ หากมีอาการหายใจติดขัด ผื่นขึ้นเต็มตัว หรือหน้าบวม ต้องรีบพาส่งแพทย์ทันทีเพราะนั่นคือสัญญาณของการแพ้รุนแรง


บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม:


รองเท้าเดินป่าที่ถอดทิ้งไว้หน้าเต็นท์ คือแหล่งหลบภัยชั้นเยี่ยมของตะขาบ กฎเหล็กของนักเดินป่าคือการเคาะและตรวจสอบรองเท้าทุกครั้งก่อนสวมใส่เสมอ

3. "แมงป่อง" เพชฌฆาตหางพิษที่ชอบซอกหลืบ

แมงป่องเป็นสัตว์ที่ปรับตัวเก่ง สามารถพบได้ทั้งในป่าแห้งแล้งและป่าดิบชื้น พฤติกรรมของแมงป่องคือการชอบซุกตัวอยู่ในที่แคบๆ มืดๆ และมีแรงกดทับ เพื่อให้ร่างกายรู้สึกปลอดภัย ดังนั้น กองเสื้อผ้าที่เปียกชื้น ผ้าเช็ดตัวที่ตากไว้ หรือใต้ขอนไม้ที่คุณใช้เป็นที่นั่ง จึงเป็นจุดยุทธศาสตร์ของแมงป่อง พิษของแมงป่องอยู่ที่เหล็กในบริเวณปลายหาง ซึ่งเป็นพิษต่อระบบประสาท ทำให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรงบริเวณที่ถูกต่อย

วิธีป้องกันแมงป่อง

  • ใช้ไฟฉาย Blacklight (UV) นี่คือเคล็ดลับของนักชีววิทยา! เปลือกนอกของแมงป่องมีสารเรืองแสง เมื่อถูกส่องด้วยไฟฉาย UV ในเวลากลางคืน ตัวแมงป่องจะเรืองแสงสีฟ้าอมเขียวสว่างจ้า ทำให้เรามองเห็นและหลีกเลี่ยงพวกมันได้ง่ายมาก

  • ไม่ตากผ้าเรี่ยราด หากต้องตากเสื้อผ้าหรือผ้าเช็ดตัว ควรขึงเชือกให้สูงจากพื้น และสะบัดผ้าอย่างแรงทุกครั้งก่อนนำมาเช็ดตัวหรือสวมใส่

  • สวมถุงมือเมื่อเก็บฟืน หลีกเลี่ยงการใช้มือเปล่าพลิกท่อนไม้ ก้อนหิน หรือเก็บเศษฟืน ควรใช้กิ่งไม้เขี่ยดูก่อนหรือสวมถุงมือหนังที่หนาพอ

การปฐมพยาบาลเมื่อถูกแมงป่องต่อย

กลไกการปฐมพยาบาลคล้ายกับการถูกตะขาบกัด คือการทำความสะอาดแผลด้วยน้ำและสบู่ และประคบเย็นเพื่อลดความเจ็บปวด สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการปวดได้ แต่หากผู้ถูกต่อยเป็นเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือมีอาการกล้ามเนื้อกระตุก น้ำลายฟูมปาก ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

เปลือกนอกของแมงป่องมีสารพิเศษที่เรืองแสงได้ภายใต้ไฟฉาย UV การพกไฟฉายแบล็คไลท์ติดตัวไปแคมป์ปิ้ง จะช่วยให้คุณตรวจตราความปลอดภัยรอบเต็นท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ล้างบางความเชื่อผิดๆ "กำมะถัน" กันสัตว์มีพิษได้จริงหรือ?

หลายคนไปแคมป์ปิ้งมักจะพก "ผงกำมะถัน" หรือ "ปูนขาว" ไปโรยรอบเต็นท์ด้วยความเชื่อว่าจะป้องกันงูและสัตว์มีพิษได้ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันแล้วว่า "นี่คือความเชื่อที่ผิด!" งูไม่ได้กลัวกลิ่นกำมะถัน และตะขาบก็สามารถเดินข้ามปูนขาวได้สบายๆ ซ้ำร้าย การโรยสารเคมีเหล่านี้ในอุทยานแห่งชาติยังเป็นการทำลายระบบนิเวศและเป็นพิษต่อแหล่งน้ำธรรมชาติอีกด้วย

สิ่งที่ใช้ป้องกันได้จริงคือ

  1. การรักษาความสะอาด ไม่มีเศษอาหาร = ไม่มีหนู/แมลง = ไม่มีงู/ตะขาบตามมากิน

  2. แสงสว่าง สัตว์มีพิษส่วนใหญ่เป็นสัตว์หากินกลางคืน การแขวนตะเกียงสว่างๆ บริเวณแคมป์ จะช่วยไล่พวกมันให้อยู่ห่างออกไปได้ระดับหนึ่ง

  3. การปิดพื้นที่ให้มิดชิด การเลือกใช้เต็นท์ที่มีมุ้งตาข่ายละเอียด และรูดซิปให้สนิทเสมอ คือเกราะป้องกันที่ดีและเป็นมิตรกับธรรมชาติที่สุด

อุปกรณ์ปฐมพยาบาลที่ควรมีติดกระเป๋า

ก่อนออกทริปหน้าฝน กระเป๋ายาของคุณควรมีอุปกรณ์เหล่านี้เสริมเข้าไปด้วย

  • แอลกอฮอล์ และน้ำเกลือล้างแผล

  • ผ้าพันแผลยืดหยุ่น สำหรับช่วยดามอวัยวะ

  • เจลประคบเย็น (Cold Pack แบบทุบแล้วเย็นทันที)

  • ยาแก้ปวด และยาแก้แพ้

  • แหนบปลายแหลม (สำหรับการคีบเอาเหล็กในของผึ้งหรือเศษหนามออก ห้ามใช้คีบเหล็กในแมงป่องเพราะแมงป่องไม่ทิ้งเหล็กใน)

สรุป 4 กฎเหล็กที่แคมป์เปอร์ต้องปฏิบัติให้เป็นนิสัย การป้องกันตั้งแต่ต้นทางคือวิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงการปะทะกับสัตว์มีพิษในธรรมชาติ

บทสรุปทิ้งท้าย

การออกไปกางเต็นท์สัมผัสธรรมชาติ ไม่ใช่การเข้าไปทำสงครามกับสรรพสัตว์ ป่าคือบ้านของพวกมัน ส่วนเราคือผู้มาเยือน การพบเจอสัตว์มีพิษอย่าง ตะขาบ แมงป่อง หรืองู ในช่วงหน้าฝน จึงเป็นเรื่องของระบบนิเวศตามธรรมชาติ การเตรียมพร้อมด้านความรู้ การจัดการพื้นที่กางเต็นท์อย่างถูกวิธี และการไม่ประมาท คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คุณอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข ให้ฤดูฝนปีนี้เป็นทริปแคมป์ปิ้งที่เปี่ยมไปด้วยความทรงจำอันยอดเยี่ยมของคุณ!

Bottom-worldcup Bottom-worldcup

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

ทันโลก express

ทันโลก express

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ