สัตว์ที่มีลำตัวแบบกวาง แต่ศีรษะยาว กีบขนาดใหญ่ หางยาวกว่ากวางทั่วไป และเขาที่แตกกิ่งในทิศทางแปลกตา คือลักษณะโดยภาพรวมของ "กวางคุณพ่อดาวีด" หรือ Père David’s Deer ชาวจีนรู้จักมันในชื่อ "ซื่อปู้เซี่ยง" ซึ่งมีความหมายว่า "ไม่เหมือนสัตว์ทั้งสี่"
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งชาติฝรั่งเศส อธิบายคำเรียกนี้ผ่านรูปลักษณ์ที่ดูเหมือนนำคอของอูฐ กีบของวัว หางของลา และเขาของกวาง มาประกอบไว้ในสัตว์ตัวเดียว
กวางป่าที่เคยหายไปจากธรรมชาติ
กวางคุณพ่อดาวีดเป็นสัตว์พื้นถิ่นของจีน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Elaphurus davidianus จัดอยู่ในชั้น Mammalia อันดับ Artiodactyla วงศ์ Cervidae สกุล Elaphurus พวกมันเคยหายไปจากธรรมชาติ หลังประชากรถูกกดดันจากการล่า การสูญเสียพื้นที่ชุ่มน้ำ น้ำท่วม และความวุ่นวายทางการเมือง กระทั่งสัตว์เพียงไม่กี่ตัวที่ถูกนำไปยุโรปกลายเป็นรากฐานสำคัญในการรักษาสายพันธุ์เอาไว้
หลายสิบปีต่อมา ลูกหลานของกวางเหล่านั้นจึงถูกส่งกลับไปยังจีน และเริ่มโครงการคืนสัตว์สู่ถิ่นกำเนิดในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1980 จนกลายเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาการอนุรักษ์สัตว์ที่เคยสูญพันธุ์จากธรรมชาติที่น่าสนใจที่สุดกรณีหนึ่งของโลก
ปัจจุบัน กวางคุณพ่อดาวีดเป็นสมาชิกที่ยังมีชีวิตอยู่เพียงชนิดเดียวในสกุล Elaphurus แม้หลักฐานฟอสซิลจะแสดงว่าในอดีตเคยมีกวางชนิดอื่นอยู่ในสกุลเดียวกันด้วย การศึกษาทางพันธุกรรมยังชี้ว่า ญาติใกล้ชิดชนิดหนึ่งของมันคือ กวางเอลด์ หรือ Eld’s Deer (Rucervus eldii)
ที่มาของชื่อ "กวางคุณพ่อดาวีด" - "ซื่อ ปู้ เซี่ยง"
คำว่า Père เป็นภาษาฝรั่งเศสที่ใช้เรียกบาทหลวงหรือ "คุณพ่อ" ทางศาสนา ชื่อ Père David’s Deer จึงมาจาก บาทหลวงอาร์ม็อง ดาวีด (Armand David) มิชชันนารีและนักธรรมชาติวิทยาชาวฝรั่งเศสผู้ทำให้สัตว์ชนิดนี้เป็นที่รู้จักในวงการวิทยาศาสตร์ตะวันตกช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19
ในปี ค.ศ. 1865 อาร์ม็อง ดาวีด พบกวางชนิดนี้ในพื้นที่สงวนสำหรับราชสำนักบริเวณทางใต้ของกรุงปักกิ่ง ก่อนส่งตัวอย่างไปยังพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งชาติฝรั่งเศสในกรุงปารีส
ต่อมาในปี ค.ศ. 1866 นักสัตววิทยาชาวฝรั่งเศส อัลฟงส์ มิลน์-เอ็ดวาร์ บรรยายชนิดทางวิทยาศาสตร์และตั้งชื่อว่า Elaphurus davidianus เพื่อเป็นเกียรติแก่บาทหลวงอาร์ม็อง ดาวีด
ส่วนคนจีน นอกจากชื่อ "หมี่ลู่" แล้ว ชื่อที่โดดเด่นที่สุดคือ "ซื่อ ปู้ เซี่ยง" แปลตามตัวอักษรได้ประมาณว่า "สี่ไม่เหมือน" หรือ "ไม่เหมือนสัตว์ทั้งสี่" คำอธิบายมีอยู่หลายสำนวน แต่เวอร์ชันที่มีความชัดเจนจะมาจาก พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งชาติฝรั่งเศส ที่อธิบายว่า
คอคล้ายอูฐ กีบคล้ายวัว หางคล้ายลา เขาคล้ายกวาง
แต่โดยรวมกลับไม่เหมือนสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่งอย่างสมบูรณ์ และยังมีคำอธิบายอีกหลายเวอร์ชัน บางแห่งเปรียบศีรษะกับม้า บางแห่งเปรียบลำตัวกับวัวหรือลา แสดงให้เห็นว่าชื่อดังกล่าวเป็นการอธิบายรูปลักษณ์โดยรวมมากกว่าจะเป็นสูตรทางกายวิภาคที่ตายตัว
เป็นกวาง แต่มีนิสัยชอบว่ายน้ำ
แม้ไม่ได้ใหญ่เท่ากวางมูส แต่กวางคุณพ่อดาวีดเป็นกวางรูปร่างค่อนข้างใหญ่และล่ำ ตัวเต็มวัยมีความยาวศีรษะและลำตัวประมาณ 1.9–2.2 เมตร สูงบริเวณหัวไหล่ประมาณ 1.2 เมตร หางยาวประมาณ 50–66 เซนติเมตร น้ำหนักโดยทั่วไปประมาณ 135–200 กิโลกรัม
ด้วยขนาดดังกล่าว ทำให้กวางคุณพ่อดาวีดเป็นกวางขนาดกลางถึงค่อนข้างใหญ่ แต่สิ่งที่ทำให้มันดูแตกต่างจากกวางชนิดอื่นไม่ใช่ขนาดเพียงอย่างเดียว หากเป็นสัดส่วนร่างกาย ทั้งหัวที่ยาว หางที่ยาวผิดปกติ และกีบขนาดใหญ่
หนึ่งในส่วนที่ทำให้ "สี่ไม่เหมือน" ดูสมชื่อคือ หาง กวางจำนวนมากมีหางค่อนข้างสั้น แต่กวางคุณพ่อดาวีดมีหางยาวประมาณครึ่งเมตรหรือมากกว่า และปลายมีพู่ขนสีเข้ม
และหากมองที่เท้าจะพบว่า กีบของกวางคุณพ่อดาวีด มีขนาดใหญ่และแผ่ออกจากกันได้มาก พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งชาติฝรั่งเศสระบุว่า ลักษณะดังกล่าวช่วยให้มันเคลื่อนผ่านพื้นที่เฉอะแฉะและหนองน้ำได้สะดวกขึ้น
นอกจากนี้ นิ้วเท้าของมันมีพังผืด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งการปรับตัวที่ช่วยให้มันสามารถว่ายน้ำได้ดี เมื่อเดิน กีบขนาดใหญ่ของมันสามารถเกิดเสียงคลิกได้ คล้ายกับที่พบในกวางเรนเดียร์ ลักษณะทั้งหมดสะท้อนว่า กวางชนิดนี้วิวัฒนาการสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ
กวางคุณพ่อดาวีดไม่ได้เพียงอาศัยใกล้น้ำ แต่มีพฤติกรรมกึ่งน้ำที่เด่นกว่ากวางหลายชนิด มันเป็นนักว่ายน้ำที่ดี และในช่วงอากาศร้อนสามารถใช้เวลาหลายชั่วโมงยืนหรือแช่อยู่ในน้ำลึกถึงระดับไหล่ พวกมันปรับตัวได้ดีกับสภาพพื้นที่ซึ่งเกิดน้ำท่วมตามฤดูกาล และสามารถกินพืชน้ำเป็นอาหารได้ด้วย
เคยกระจายพันธุ์ถึงแม่น้ำแยงซี ขนเปลี่ยนสีตามฤดูกาล
กวางคุณพ่อดาวีดมีถิ่นกำเนิดในจีน โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มแม่น้ำและพื้นที่ชุ่มน้ำ หลักฐานโบราณคดีแสดงว่า ในอดีตช่วงก่อนประวัติศาสตร์มันเคยกระจายพันธุ์ค่อนข้างกว้างในจีน ตั้งแต่บริเวณลุ่มแม่น้ำเหลียว ไปจนถึงลุ่มแม่น้ำเหลืองและแยงซี
ต่อมาเมื่อเข้าสู่ยุคโฮโลซีน เขตกระจายพันธุ์ค่อย ๆ หดลงและสัมพันธ์กับพื้นที่ชุ่มน้ำทางตอนกลางและใต้ของจีนมากขึ้น ขณะเดียวกันการล่าและการเปลี่ยนพื้นที่ธรรมชาติเป็นพื้นที่เกษตรก็เพิ่มแรงกดดันต่อประชากร
อาหารหลักของกวางคุณพ่อดาวีดเป็นพืช เช่น หญ้า ต้นกกและพืชคล้ายกก ไม้พุ่ม ใบไม้ ยอดอ่อน และพืชน้ำ มันจึงเป็นสัตว์ที่กินหญ้าเป็นสัดส่วนสำคัญ แต่สามารถปรับอาหารตามทรัพยากรในพื้นที่ชุ่มน้ำได้ โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนที่มีพืชน้ำอุดมสมบูรณ์
กวางคุณพ่อดาวีดไม่ได้มีสีขนแบบเดียวตลอดทั้งปี ช่วงฤดูร้อน ขนจะออกน้ำตาลแดงหรือแดงอมน้ำตาล แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว สีจะเปลี่ยนเป็นเทาหม่น และขนมีลักษณะหนาหรือฟูขึ้นเพื่อรับมือกับอากาศเย็น บริเวณหลังมีแนวสีดำพาดตามแนวกระดูกสันหลัง และรอบคอกับลำคอยังมีขนยาวคล้ายแผงคอเล็ก ๆ
เขาของกวางคุณพ่อดาวีดเป็นหนึ่งในลักษณะที่โดดเด่นที่สุด พวกมันมีเขาที่แตกต่างจากกวางจำนวนมากตรงที่กิ่งด้านหน้าของเขามีขนาดใหญ่เท่าหรือใหญ่กว่ากิ่งที่ชี้ไปด้านหลัง
ข้อมูลทางกายวิภาคยังระบุว่า แกนหลักของเขาชูเกือบตรงขึ้น ขณะที่กิ่งยาวจำนวนหนึ่งกลับชี้ไปทางด้านหลัง ทำให้รูปร่างดูเหมือนเขาถูกกลับทิศเมื่อเทียบกับกวางที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย
ตัวผู้อาจผลัดเขามากกว่าปีละครั้ง ตัวเมียตั้งท้องนานกว่ากวางหลายชนิด
กวางชนิดนี้ยังมีลักษณะเกี่ยวกับวงจรเขาที่ผิดแผกจากกวางจำนวนมาก ตัวผู้บางตัวสามารถสร้างเขาได้สองชุดภายในหนึ่งปี เขาชุดใหญ่ในฤดูร้อนจะถูกใช้ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ ก่อนผลัดออกประมาณเดือนพฤศจิกายน ขณะที่บางตัวสามารถสร้างเขาชุดที่สองขนาดเล็กกว่า ซึ่งโตเต็มที่ประมาณเดือนมกราคมและหลุดออกหลังจากนั้นไม่นาน
นอกฤดูผสมพันธุ์ กวางคุณพ่อดาวีดมีแนวโน้มแยกเป็นฝูงตามเพศ ใน 1 ฝูงสามารถประกอบด้วยตัวผู้รวมกัน หรือตัวเมียอยู่กับลูก เมื่อเข้าสู่ฤดูผสมพันธุ์ โครงสร้างทางสังคมจะเปลี่ยนไป โดยตัวผู้พยายามรวบรวมตัวเมียเป็นฮาเร็มและแข่งขันกับตัวผู้ตัวอื่น โดยมีช่วงผสมพันธุ์ประมาณเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม
สำหรับสัตว์ที่มีเขาขนาดใหญ่ การแข่งขันไม่ได้จบเพียงการแสดงรูปร่าง ในช่วงผสมพันธุ์ ตัวผู้สามารถต่อสู้กันด้วยหลายวิธี ทั้งใช้เขาปะทะกัน กัดคู่แข่ง ยืนด้วยขาหลัง ใช้กีบเตะ ข้อมูลด้านพฤติกรรมยังกล่าวถึงการคลุกโคลน การดมกลิ่น และการนำพืชหรือวัสดุอื่นมาตกแต่งเขาในช่วงฤดูผสมพันธุ์ด้วย
หลังผสมพันธุ์ ตัวเมียตั้งท้องประมาณ 9–10 เดือน โดยทั่วไปให้กำเนิดลูกครั้งละ 1 ตัว ส่วนลูกแฝดเกิดขึ้นได้แต่พบไม่บ่อย ระยะตั้งท้องราว 280 วันถือว่าค่อนข้างยาวในกลุ่มกวาง ลูกแรกเกิดจะมีขนลายจุดตามแบบที่พบในลูกกวางหลายชนิด ก่อนลวดลายจะเปลี่ยนไปเมื่อโตขึ้น
โดยลูกจะเข้าสู่วัยโตเต็มที่ประมาณอายุ 2 ปี ขณะที่ข้อมูลทางชีววิทยาบางชุดพบว่าสามารถเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วกว่านั้น ส่วนอายุขัยของกวางคุณพ่อดาวีด จะอยู่ที่ประมาณ 18-20 ปี
แทบหายจากธรรมชาติก่อนมนุษย์รู้จัก "คฤหาสน์วูเบิร์นแอบบีย์" เป็น "เรือชูชีพ" ของทั้งสายพันธุ์
หนึ่งในส่วนที่น่าทึ่งที่สุดของเรื่องนี้คือ เมื่อ อาร์ม็อง ดาวีด พบสัตว์ชนิดนี้ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1860 ประชากรธรรมชาติของมันได้ลดลงจนอยู่ในภาวะวิกฤตแล้ว เมื่อดาวีดพบกวางในเขตสงวนของราชสำนักในปี 1865 สัตว์ชนิดนี้ได้หายไปจากธรรมชาติแล้ว และประชากรที่มนุษย์รู้จักถูกเก็บรักษาอยู่ภายในพื้นที่พระราชวัง
ข้อมูลทางประวัติศาสตร์บางชุดยังกล่าวถึงประชากรป่าขนาดเล็กในพื้นที่อื่นของจีนที่อาจรอดอยู่ต่อมาอีกระยะหนึ่ง จึงมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับปีที่ประชากรธรรมชาติชุดสุดท้ายหายไปอย่างแท้จริง ทว่าสิ่งที่ชัดเจนคือ เมื่อถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 กวางชนิดนี้ไม่เหลือประชากรธรรมชาติที่มั่นคงในจีนแล้ว
โดยประชากรสำคัญชุดสุดท้ายในจีนในช่วงเวลานั้นถูกดูแลไว้ที่สวนล่าสัตว์หลวงหนานหยวน ใกล้กรุงปักกิ่ง ก่อนที่ต่อมาในปี ค.ศ. 1895 น้ำท่วมครั้งใหญ่ทำลายกำแพงบางส่วนของพื้นที่ดังกล่าว ทำให้กวางจำนวนหนึ่งหลุดออกไปและถูกสังหาร ไม่กี่ปีต่อมา ความวุ่นวายในช่วงกบฏนักมวย ทำให้สัตว์ที่ยังเหลืออยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบอีกครั้ง
หากไม่มีสัตว์บางส่วนถูกส่งออกจากจีนไปยุโรปก่อนหน้านั้น เรื่องราวของกวางชนิดนี้อาจจบลงด้วยการสูญพันธุ์อย่างสมบูรณ์
ก่อนประชากรในจีนจะสูญหาย กวางคุณพ่อดาวีดจำนวนหนึ่งถูกส่งไปยังสวนสัตว์ในยุโรป โดยเฉพาะฝรั่งเศส เยอรมนี และอังกฤษ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ เฮอร์แบรนด์ รัสเซลล์ ดยุกแห่งเบดฟอร์ดที่ 11 รวบรวมกวางที่เหลือจากสวนสัตว์ยุโรปไปเลี้ยงรวมกันที่คฤหาสน์วูเบิร์นแอบบีย์ในอังกฤษ
โดยฝูงดังกล่าวเริ่มต้นจากกวาง 18 ตัว ในจำนวนนี้มี 11 ตัวที่สามารถสืบพันธุ์ได้ ประชากรที่คฤหาสน์วูเบิร์นแอบบีย์จึงกลายเป็นฐานสำคัญในการฟื้นฟู โดยกวางคุณพ่อดาวีดที่มีชีวิตอยู่ในปัจจุบันทั้งหมดสืบเชื้อสายกลับไปยังฝูงที่คฤหาสน์ดังกล่าว
เรื่องราวที่คฤหาสน์วูเบิร์นแอบบีย์ แสดงให้เห็นความเปราะบางของการอนุรักษ์สัตว์อย่างชัดเจน ช่วงหนึ่ง อนาคตของกวางทั้งชนิดขึ้นอยู่กับประชากรเพาะเลี้ยงเพียงไม่กี่ตัว ฝูงดังกล่าวยังต้องผ่านช่วงสงครามโลกทั้งสองครั้ง แต่ก็สามารถเพิ่มจำนวนต่อไปได้จนมีสัตว์มากเพียงพอสำหรับกระจายไปยังสวนสัตว์และพื้นที่เพาะเลี้ยงอื่น ๆ
เมื่อสถานการณ์เหมาะสมในเวลาต่อมา สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงประชากรสำรองนอกถิ่นกำเนิด จึงกลายเป็นแหล่งสัตว์สำหรับนำกลับคืนสู่แผ่นดินจีน
ภารกิจนำกวางคุณพ่อดาวีดกลับคืนแผ่นดินบ้านเกิด
การนำกวางคุณพ่อดาวีดกลับประเทศจีนเริ่มขึ้นอย่างจริงจังในปี ค.ศ. 1985 กวางชุดแรกจำนวน 20 ตัว ประกอบด้วยตัวผู้ 5 ตัวและตัวเมีย 15 ตัว จากสายพันธุ์ที่คฤหาสน์วูเบิร์นแอบบีย์ ถูกนำกลับไปยังสวนล่าสัตว์หลวงหนานหยวน ซึ่งเป็นบริเวณเดียวกับพื้นที่ราชสำนักในอดีต และกลายมาเป็นสวนกวางหมี่ลู่ปักกิ่งในปัจจุบัน
จากนั้นมีการส่งกวางเพิ่มเติมในปี 1986 และ 1987 ไปตั้งประชากรตามพื้นที่อนุรักษ์อื่นของจีน รวมถึงเขตอนุรักษ์ธรรมชาติกวางหมี่ลู่ต้าเฟิง
ขณะที่ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล ก็มีบทบาทสนับสนุนการเคลื่อนย้ายสัตว์ในโครงการคืนถิ่นครั้งนั้น และในปี 2005 ยังเผยแพร่เรื่องราวความสำเร็จในโอกาสครบรอบ 20 ปีของการนำกวางกลับสู่จีน
ช่วงแรก กวางที่กลับประเทศจีนยังอยู่ในพื้นที่ซึ่งมนุษย์จัดการและควบคุม เป้าหมายต่อมาจึงไม่ใช่เพียงทำให้จำนวนเพิ่มขึ้น แต่คือการสร้างประชากรที่สามารถดำรงชีวิตและสืบพันธุ์ในสภาพแวดล้อมธรรมชาติได้อีกครั้ง
เมื่อประชากรในเขตอนุรักษ์เติบโตขึ้น จีนเริ่มปล่อยกวางบางกลุ่มออกไปใช้ชีวิตแบบอิสระมากขึ้น ข้อมูลการทบทวนโครงการคืนถิ่นระบุว่า ในปี 2020 มีการประเมินกวางคุณพ่อดาวีดที่อยู่ในประชากรอิสระหรือคืนสู่ธรรมชาติในจีนประมาณ 2,825 ตัว และมีอีกประมาณ 7,380 ตัว ในเขตอนุรักษ์ต่าง ๆ ของประเทศ
ถูกระบุว่า "สูญพันธุ์จากธรรมชาติ"
อย่างไรก็ตาม IUCN ยังระบุสถานะของมันว่า "สูญพันธุ์จากธรรมชาติ" หรือ Extinct in the Wild (EX) แต่ขณะเดียวกัน โครงการคืนถิ่นหลังปี 1985 ประสบความสำเร็จจนมีประชากรกวางใช้ชีวิตแบบอิสระในจีนจำนวนมากแล้ว ซึ่งทั้งหมดเกิดจากการอนุรักษ์นอกถิ่นกำเนิดและการนำลูกหลานเหล่านั้นกลับคืนถิ่น การประเมิน IUCN ครั้งต่อไปจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสะท้อนว่าประชากรคืนถิ่นมีความมั่นคงในระยะยาวมากน้อยเพียงใด
ในแง่ของการเพิ่มจำนวนและสร้างประชากรกลับคืนจีน ผลลัพธ์ถือว่าแตกต่างจากสถานการณ์เมื่อหนึ่งศตวรรษก่อนอย่างมาก จากสัตว์ที่ประชากรโลกเคยต้องฝากอนาคตไว้กับฝูงเพาะเลี้ยงเพียงแห่งเดียว ปัจจุบันกวางคุณพ่อดาวีดกลับมามีประชากรตามเขตอนุรักษ์หลายแห่ง และมีสัตว์บางส่วนดำรงชีวิตแบบอิสระในธรรมชาติอีกครั้ง
แต่คำว่าประสบความสำเร็จในงานอนุรักษ์ไม่ได้หมายถึงเพียงการมีสัตว์จำนวนมากขึ้น สิ่งที่ต้องติดตามต่อ ได้แก่ ความอยู่รอดระยะยาว ความสามารถในการสืบพันธุ์ด้วยตัวเอง ความเหมาะสมของพื้นที่ชุ่มน้ำ การกระจายประชากร ความหลากหลายทางพันธุกรรม และการพึ่งพาการจัดการจากมนุษย์ เพราะประชากรทั้งหมดในปัจจุบันสืบทอดมาจากฐานประชากรขนาดเล็กมากในอดีต
อย่างไรก็ตาม การช่วยกวางกลับคืนประเทศไม่เพียงพอ หากไม่มีระบบนิเวศที่เหมาะกับสัตว์ กวางคุณพ่อดาวีดวิวัฒนาการมาให้ใช้ชีวิตกับหนองน้ำ พื้นที่น้ำท่วมตามฤดูกาล ทุ่งหญ้า พืชน้ำ และพื้นดินเฉอะแฉะ
กีบที่กว้าง ความสามารถในการว่ายน้ำ และอาหารที่รวมถึงพืชน้ำ ต่างเป็นหลักฐานว่าพื้นที่ชุ่มน้ำไม่ได้เป็นเพียงสถานที่อาศัยหนึ่งทางเลือก แต่เป็นส่วนสำคัญของชีววิทยาของชนิด
ในอดีต การเปลี่ยนพื้นที่ชุ่มน้ำเป็นพื้นที่เกษตรเป็นหนึ่งในแรงกดดันที่ทำให้เขตกระจายพันธุ์ของมันหดตัว การคืนกวางสู่จีนจึงต้องเกิดควบคู่กับการรักษา "บ้าน" ที่มันวิวัฒนาการมาเพื่อใช้ชีวิตด้วย
ที่มา: Muséum national d'Histoire naturelle / Lincoln Park Zoo / WWF