เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2563 แม้จะเป็นการเปิดอภิปรายทั่วไป โดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญ แต่เนื้อหาและข้อเสนอ ส่วนใหญ่เป็นการเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง โดยฝ่ายค้านระบุว่า ไม่ไว้วางใจในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ร่วมถึงแก้ไขวิกฤตการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาในขณะนี้
นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ เชื่อว่า การยุบสภาในเวลานี้ ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา เพราะเลือกตั้งใหม่ ก็ยังมี ส.ว. 250 คน มาโหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี อีกครั้ง การแก้รัฐธรรมนูญ ก็จะทำบนความเกรงใจ ทางออกที่ดีที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ ควร “ลาออก” เพื่อให้มีคนมาเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญอย่างอิสระ ให้เป็นที่พอใจทุกฝ่าย จากนั้นยุบสภาและเลือกตั้งใหม่
ส่วนการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ นายมิ่งขวัญ นำข้อมูลอภิปรายงบประมาณมาอภิปรายอีกครั้ง ว่ารัฐบาลใช้งบประมาณปี 63 และงบประมาณปี 64 รวมถึงเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท เป็นการบริหารงานที่ผิดพลาด จนทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น และไม่สามารถเก็บรายได้ได้ตามเป้า
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงว่า การใช้เงินงบประมาณและเงินกู้ มีแผนงานและการตรวจสอบทุกขั้นตอน อย่าตำหนิเพียงว่าบริหารล้มเหลว เพราะรัฐบาลประคับประคองเศรษฐกิจให้ฟื้นฟู ไม่ให้มีการเลิกจ้าง พร้อมขอบคุณนายมิ่งขวัญ ที่ให้คำเสนอแนะในฐานะอดีตรองนายกรัฐมนตรี และที่ผ่านมาเคยพูดคุยกันหลายรอบว่าต้องการช่วยเหลือ แต่คงไม่รับ เพราะทีมครบอยู่แล้ว ทำให้นายมิ่งขวัญ รีบปฏิเสธว่าอย่างไรก็ไม่ไป
ด้านนายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ที่ทำหน้าที่ ส.ส.ครั้งสุดท้าย ก่อนลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ อย่างเป็นทางการ 11 กันยายนนี้ อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯมาแล้ว 6 ปี ยังไม่สามารถแก้วิกฤตเศรษฐกิจได้ จึงถือว่าหมดเวลา และควรเสียสละให้คนที่มีความสามารถมาทำหน้าที่แทน ทางออกที่ดีที่สุดคือการประกาศ “ผมพอแล้ว” แบบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
ส่วนความเคลื่อนไหวอื่น ๆ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก พร้อมชู 3 นิ้วในสภา เพื่อสนับสนุนข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ของนิสิต นักศึกษา เช่นเดียวกับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่่ระบุว่า ความวุ่นวายทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และการชุมนุมทางการเมือง มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นใจกลางของปัญหา และเมื่อแก้ปัญหาไม่ได้ ก็ควรตัดสินใจลงจากอำนาจ ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามบานปลายมากกว่านี้
ขณะที่บรรยากาศการอภิปรายตลอดทั้งวันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ก็มีบางช่วงที่เกิดการประท้วงประปราย เช่นการอภิปรายของ น.ส.อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบจุดยืนต่อต้านรัฐประหาร โดยพาดพิงด้วยคำว่า “ในฐานะผู้เชียวชาญด้านการรัฐประหาร” ทำให้ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นประท้วง และความวุ่นวายอีกครั้งเกิดขึ้นช่วงการอภิปรายของ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ซึ่งเป็นประเด็นเกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มนิสิต และมีการพาดพิงไปถึงลูกสาวนักการเมืองที่โพสต์ทวิตเตอร์แสดงจุดยืน ที่ให้ นายสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ประท้วงว่าพาดพิงลูกสาว และขอให้กลับไปดูเทปสัมภาษณ์ของทาง PPTV ว่าแม้จะมีความเห็นที่แตกต่างกัน แต่ไม่ได้มีปัญหากันแต่อย่างใด