ข้อมูลจาก ศาตราจารย์ ดร.ชาตรี ประกิตนนทการ ผู้เขียนหนังสือ สถาปัตยกรรมไทยหลังรัฐประหาร 19 กันยา 49 ระบุถึงสนามหลวงว่า เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธี รัฐพิธีสำคัญๆมาแล้วนับไม่ถ้วน รวมถึงเคยเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับประชาชนในบางช่วงเวลา
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของการเข้าถึงพื้นที่สนามหลวงของประชาชนเกิดขึ้นใน พ.ศ. 2475 หลังเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย
จนมาถึงในปี พ.ศ. 2520 สนามหลวงถูกประกาศให้เป็นโบราณสถานจากความสำคัญทางประวัติศาสตร์ แต่ถึงแม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางสถานะจากพื้นที่สาธารณะเป็นโบราณสถาน แต่ประชาชนก็ยังสามารถใช้พื้นที่ในการทำกิจกรรมต่างๆทั้งกิจกรรมสันทนาการ ไปจนถึงกิจกรรมทางการเมืองได้ตามปกติมาจนถึง พ.ศ. 2553 ที่ กทม. ประกาศว่าจะทำการบูรณะสนามหลวงครั้งใหญ่ และนั้นคือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้การเข้าถึงพื้นที่สนามหลวงของประชาชนเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
บทบาทและการเข้าถึงสนามหลวงของประชาชนถูกพูดถึงอีกครั้งหลังมีการประกาศว่า การชุมนุมที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 19 กันยายนนี้ จะมีการเข้าใช้พื้นที่สนามหลวงหากมีประชาชนมาเป็นจำนวนมาก มีคนบางกลุ่มยื่นหนังสือต่อรัฐบาลเรียกร้องให้มีการเปิดพื้นที่เพื่อให้เป็นที่แสดงออกของประชาชน
สำหรับมุมมองของนักวิชาการรายนี้คือ พื้นที่ที่เปิดโล่ง กว้างขวาง และไม่ได้ตั้งอยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจหรือพื้นที่ชุมชน อย่างสนามหลวงมีความเหมาะสมที่ควรถูกจัดให้เป็นพื้นที่ในการแสดงออกทางการเมือง เพื่อลดความตึงเครียดอันจะนำไปสู่ความรุนแรง
ภาพจำของสนามหลวงเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยของกาลเวลา จากพื้นที่โล่งที่มีคนเข้าใช้และกิจกรรมที่คึกคักรวมถึงกิจกรรมทางการเมือง กลายเป็นสถานที่สงบเงียบ เป็นระเบียบเรียบร้อย จนมาถึงวันที่การเมืองร้อนแรง บทบาทของสนามหลวงจึงถูกพูดถึงอีกครั้ง