ภายหลัง สปสช.ประกาศยกเลิกสัญญาคลินิกและโรงพยาบาลรวม 64 แห่ง เนื่องจากตรวจสอบแล้วมีการทุจริตเงินบัตรทอง ทำให้ประชาชนเดือดร้อนทันที 8 แสนราย ล่าสุด ที่เขตราษฎร์บูรณะ นับเป็นวันที่ 4 แล้วที่ ประชาชนยังเดินทางไปรอคิวกันอย่างแน่นขนัดตั้งแต่เช้า เพื่อลงทะเบียนขอย้ายสิทธิการรักษาพยาบาล แต่ก็พบว่า ยังมีปัญหาอยู่หลายเรื่อง จนเกิดการถกเถียงกัน ระหว่างเจ้าหน้าที่และ ประชาชน
ปัญหาหลักๆ ที่เกิดขึ้น คือมาจากความไม่รู้ข้อมูล ไม่เข้าใจของประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่ สปสช. เพราะที่สำคัญคือ ทุกคนกังวลว่าจะไม่ได้สิทธิ ในการรักษาพยาบาลที่ใหม่
นี่เป็นช่วงเหตุการณ์ ที่ประชาชน เข้าไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ สปสช.ภายหลังที่ เจ้าหน้าที่คนหนึ่ง ประกาศออกไมค์ว่า ให้ประชาชน เขตทุ่งครุ เดินทางกลับบ้านได้ ไม่ต้องลงทะเบียนรับสิทธิใหม่ เหมือนเขตราษฎร์บูรณะ และ บางคอแหลม ยานนาวา ทำให้ประชาชนที่มาจากเขตทุ่งครุ เกิดความไม่พอใจ เข้าไปสอบถาม และ ต่อว่า บางคนถึงขั้นร้องไห้ เพราะบอกเจ้าหน้าที่ว่ามารอตั้งแต่ ตี 4
นอกจากนี้แล้ว ยังพบว่า เมื่อมีคนลุกออกไป ก็เกิดการแซงคิวกันขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่เขตราษฎร์บูรณะ แจกบัตรคิว และ จัดระเบียบให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เหตุการณ์ชุลมุนดังกล่าว เกิดขึ้นประมาณ 10-15 นาที ก่อนที่เจ้าหน้าที่ สปสช. จะประกาศใหม่อีกครั้งว่า ประชาชน ทุกเขต สามารถลงทะเบียนขอรับสิทธิใหม่ได้ในวันนี้ โดยต้องกรอกเอกสารให้เรียบร้อยแล้วรอเรียกชื่อ
ทีมข่าวสอบถาม นางนพวรรณ ช่อลำใย อายุ 62 ปี เล่าว่า ตัวเอง ป่วยเป็นเบาหวาน ความดัน ไขมัน และ ภูมิแพ้ ต้องไปรับยาที่ รพ.ที่ถูกยกเลิกสิทธิ์ ในเขต ทุกเดือน ช่วง 2-3 เดือนที่ ผ่านมาพบว่าเริ่มได้ยาไม่ครบ จากเดิมที่ได้มาประมาณ 5 ตัว แต่เหลือเพียง 2-3 ตัว เมื่อสอบถามทาง รพ.ก็ไม่ได้คำตอบ ทำให้ต้องเอาฉลากยา เก่าๆ ไปหาซื้อกินเองตามร้านขายยา จนกระทั่ง มาทราบว่า เกิดการทุจริตกันขึ้น การมารอของสิทธิใหม่ในครั้งนี้ มาตั้งแต่ ตี 4 เพื่อให้ได้บัตรคิว ซึ่งก่อนหน้านี้ มาแล้ว 3 วัน ก็ไม่ได้
ด้าน นางสาว ภาวนา ใจเสงี่ยม ผู้อำนวยการเขตราษฎร์บูรณะ ระบุว่า ทางเขตช่วยดูแลในเรื่องของสถานที่ เมื่อประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบ จึงช่วยอำนวยความสะดวกให้ กับประชาชน และ สปสช. ซึ่งยอมรับว่า อาจมีความไม่เข้าใจ และ ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นได้ ซึ่งทาง สปสช. ก็ต้องคอยอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ เพราะส่วนใหญ่ไม่ทราบจริง ๆ ว่าควรทำอย่างไรหลังจากนี้
สำหรับคำถามจากประชาชนที่มีการสอบถามมามากที่สุด กรณียกเลิกสิทธิบัตรทอง ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 64 แห่ง คือ ไม่ทราบว่า รพ.ที่รักษาอยู่ถูกยกเลิก ไม่ทราบวิธีการขอสิทธิ รพ.แห่งใหม่ การกรอกเอกสารขอสิทธิใหม่ยุ่งยาก ไม่ทราบการใช้ “สิทธิว่าง” ตามที่ สปสช.แจ้ง กังวลว่า รพ.ที่จะถูกย้ายสิทธิไป ไกลบ้าน กังวลว่าไป รพ.ใหญ่ที่เคยส่งตัวไปแล้วต้องชำระเงินเอง เป็นต้น
สิ่งที่ประชาชนต้องการตอนนี้ คือ การประชาสัมพันธ์ให้มากที่สุด ถึงวิธีการลงทะเบียนขอรับสิทธิใหม่ เพราะถึงแม้ว่า สปสช. ยืนยันว่า ประชาชนที่ถูกยกเลิกสิทธิ เปรียบเสมือการถือ วีซ่าสิทธิว่าง สามารถไปรับยา หรือ รักษาที่โรงพยาบาลรัฐ ใดก็ได้ในกรุงเทพมหานคร แต่ก็จะเจอปัญหาอีกว่า ต้องกลับไปขอประวัติเวชระเบียนใหม่ ต้องเสียเงินเพิ่ม หรือ รพ.แห่งใหม่ก็ไม่รับ เนื่องจากผู้ป่วยเดิมที่มีอยู่ก็มากอยู่แล้ว จึงต้องดูกันต่อไปว่า สปสช. จะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะหากมีการตรวจสอบเพิ่มอีก 106 แห่ง คาดว่าจะมีประชาชนได้รับผลกระทบอีกรวมแล้วหลักล้านคนแน่นอน และ รพ.แห่งใหม่ จะรับได้เพียงพอหรือไม่
เปิดกลโกง “บัตรทอง” ตัดแต่งตัวเลข-บิดเบือนผลตรวจสุขภาพ