ทางโรงเรียนได้ออกหนังสือชี้แจงต่อกรณี น้องเอเค วัย 3 ขอบถูกประตูห้องเรียนหนีบนิ้วขาด โดยเนื้อหาระบุว่ากรณีดังกล่าวได้เกิดขึ้นจริงในระดับเตรียมอนุบาล ซึ่งเป็นอุบัติเหตุได้ได้เป็นการจงใจทำร้ายเด็กแต่อย่างใด ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาเด็กนอนหลับแต่น้องเอเคไม่นอนดื่มนมกล่องเดินไปมา ทางคุณครูจึงให้น้องเอากล่องนมไปทิ้งถังขยะที่หน้าห้องเรียน โดยบริเวณนอกห้องจะมีครูหัวหน้าตึกและครูธุรการประจำตึกคอยเดินดูแลตรวจสอบความเรียบร้อย ของเด็กทุกห้องเรียน จังหวะนนั้นครูผู้ช่วยที่อยู่ด้านในได้ปิดประตูโดยไม่ทราบว่าน้องจับประตู จึงทำให้ได้รับบาดเจ็บที่นิ้วซ้าย ถือเป็นการประมาทเลินเล่อ ทางโรงเรียนจึงย้ายครูผู้ช่วยไปทำหน้าที่ธุรการแทนและจะมีมาตรการลงโทษต่อไป
ขณะเดียวกันทางโรงเรียนได้มีการติดตั้งแผงกั้นขอบประตูหนีบไว้ ตามประตูชั้นเรียนต่างๆ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นอีก
ที่ผ่านมาทางโรงเรียนได้รับผิดชอบในการรักษาพยาบาลเด็กมาโดยตลอด มิได้ละเลยตามที่มีข่าวออกไปและขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจาเรียกร้องค่าเสีย ซึ่งยังตกลงกันไม่ได้ ในจำนวนเงิน 4 แสนบาท ที่ทางผู้ปกครองเรียกค่าเยียวยา
ด้าน น.ส.กัณพัฒน์ เตซะ น้าสาวของน้องเอเค กล่าวว่า ผู้ปกครองได้ให้โอกาสกับทางโรงเรียนแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ทางโรงเรียนกลับเพิกเฉยปล่อยเวลาให้ล่วงเลยมานานกว่า 1 เดือน ก็ยังไม่ยอมรับข้อเรียกร้องของทางผู้ปกครอง อีกทั้งค่ารักษาพยาบาลจะจ่ายเพียงเงินประกันเพียง 10,000 บาท ส่วนที่เหลือผู้ปกครองต้องออกเอง ซึ่งมีค่ารักษาพยาบาลถึง 48,000 บาท