ผู้ติดเชื้อรายล่าสุด คือ สตีเฟน มิลเลอร์ ที่ปรึกษาอาวุโสประจำทำเนียบขาว ซึ่งมีผลตรวจเชื้อโควิด-19 เป็นบวก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นับเป็นทีมงานใกล้ชิดประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ คนที่ 12 ที่ติดไวรัสดังกล่าว
มิลเลอร์ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ ได้กักตัวเองเป็นเวลา 5 วัน ซึ่งผลการตรวจเป็นลบมาโดยตลอด โดยจากนี้ ตนจะกักตัวต่อทันทีความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังผู้นำสหรัฐฯ เพิ่งจะได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล ท่ามกลางการปรับแผนปฏิบัติงานครั้งใหญ่ของทำเนียบขาว เพื่อยกระดับควบคุมการแพร่ระบาดในหมู่เจ้าหน้าที่
อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า ทำเนียบขาวยืนกรานปฏิเสธที่จะให้ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อ หรือ CDC เข้ามาช่วยสอบสวนโรค เพื่อแกะรอยต้นตอการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้น
ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนล่าสุด พบว่า การป่วยโควิด-19 ของทรัมป์ ทำให้ชาวอเมริกัน 21% หันมาใส่หน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่างทางสังคมมากขึ้น
นอกจากทำเนียบขาวแล้ว ล่าสุด กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือ เพนตากอน ออกมาเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูง นำโดย พลเอก มาร์ก มิลลีย์ (Mark Milley) ประธานคณะเสนาธิการร่วม รวมถึงรองประธานคณะเสนาธิการร่วม ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการฝ่ายปฏิบัติการกองทัพเรือ ผู้บัญชาการหน่วยความมั่นคงไซเบอร์ ผู้บัญชาการกองกำลังอวกาศ ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาชาติ และรองผู้บัญชาการหน่วยนาวิกโยธิน ประกาศจะเข้ารับการกักตัวที่บ้านเพื่อเฝ้าระวังโควิด-19 หลังเข้าร่วมประชุมกับ พลเรือเอก ชาร์ลส์ เรย์ (Charles Ray) รองผู้บัญชาการหน่วยรักษาชายฝั่งของสหรัฐฯ ซึ่งมีผลตรวจออกมาเป็นบวก เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมเชื่อว่า การติดเชื้อของพลเรือเอก เรย์ ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับคลัสเตอร์ที่ทำเนียบขาว