​ก.ชลประทาน ลดระบายน้ำ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา


โดย PPTV Online

เผยแพร่




กรมชลประทานลดระบายน้ำจาก 4 เขื่อนหลักลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้มีน้ำใช้ได้ถึงต้นเดือนสิงหาคม คาดพื้นที่เกษตรจะเสียหาย 8.5 แสนไร่


วันนี้ (25 มิ.ย.58) นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทานลดปริมาณการระบายน้ำของ 4 เขื่อนหลัก คือ ภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยบำรุงแดน และป่าสักชลสิทธิ์ ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาลงจากเดิมที่ระบายวันละ 33 ล้านลูกบาศก์เมตร ลงมาเหลือ 28 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อให้มีน้ำใช้ได้ถึงต้นเดือนสิงหาคม

แผนการระบายน้ำวันละ 28 ล้านลูกบาศก์เมตรนั้น แยกเป็นเพื่อการอุปโภคบริโภค 8 ล้านลูกบาศก์เมตรโดยจะส่งให้การประปานครหลวง 5 ล้านลูกบาศก์เมตรและการประปาอื่นๆ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร การรักษาระบบนิเวศน์ 5 ล้านลูกบาศก์เมตรในจำนวนนี้จะปล่อยลงแม่น้ำเจ้าพระยา 3.3 ล้านลูกบาศก์เมตร และแม่น้ำท่าจีน 1.7 ล้านลูกบาศก์เมตร


สำหรับน้ำเพื่อการเกษตรนั้น กรมชลประทานจะรักษาได้เฉพาะพื้นที่นาข้าว 3.44 ล้านไร่ และ สวนผลไม้ 3 หมื่นไร่ โดยจะส่งน้ำให้วันละ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร


ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวคาดว่าจะมีพื้นที่เกษตรกรที่เพาะปลูกไปแล้วมีความเสี่ยงที่จะขาดแคลนน้ำ 8 แสน 5 หมื่นไร่ จากพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด 3 ล้าน 4 แสน 4 หมื่นไร่ ในกลุ่มนี้รัฐบาลมีความเป็นชอบแล้วที่จะเจาะบ่อน้ำบาดาลเข้ามาช่วย จำนวน 269 บ่อ และยังมีบ่อของเกษตรกรในพื้นที่กว่า 200 บ่อ คาดว่าจะส่งผลให้ผ่านวิกฤตินี้ไปได้


ทางด้านนายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระบุว่า นิคมอุตสาหกรรมทั้ง 5 แห่ง ประกอบด้วย นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร และนิคมอุตสาหกรรมแฟกตอรี่แลนด์ ไม่พบความน่าเป็นห่วงต่อสถานการณ์การขาดแคลนน้ำในหน้าแล้ง จึงเชื่อว่าการใช้น้ำเพื่อการอุตสาหกรรมจะพอเพียงตลอดช่วงหน้าแล้งนี้ โดยปริมาณน้ำส่วนใหญ่ที่ใช้คือน้ำที่มาจากเขื่อนป่าสัก โดยน้ำที่ปันส่วนมาในภาคอุตสาหกรรม อยู่ที่วันละ 15 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมปริมาณน้ำ 1 ล้าน 2 แสนลูกบาศก์เมตรต่อวัน


ด้านนายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. กล่าวว่า หากเกิดสถานการณ์ภัยแล้งเป็นระยะยาวนานจนไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้ และมีผลกระทบต่อการชำระหนี้เดิม ธนาคารจะพิจารณาขยายเวลาการชำระหนี้ หรือดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้กับเกษตรกรตามวิธีปฏิบัติของธนาคาร เป็นกรณีไป นอกจากนี้ กรณีที่ เกษตรกรลูกค้าได้ขอคำแนะนำรูปแบบการผลิตที่เหมาะสมจากเกษตรอำเภอ เพื่อที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้ทดแทน หรือต้องการฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งหากเกษตรกรขาดเงินทุนหมุนเวียน สามารถไปติดต่อขอใช้สินเชื่อจากธนาคารได้

PR-โปรแกรมผลบอล-2_B PR-โปรแกรมผลบอล-2_B
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ