จากกรณีนายวิชิตร์ มนปราณีต อายุ 43ปี อาชีพรับจ้างกรีดยาง ตัดอ้อย จ.บุรีรัมย์ และถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้รับหมายศาลเป็นจำเลยถูกฟ้องล้มละลาย 97 ล้านบาท เนื่องจากเป็นหุ้นส่วนบริษัทแห่งหนึ่ง ที่จ.ภูเก็ตซึ่งทำให้เจ้าตัวงงและตกใจ เพราะทำอาชีพรับจ้างทางการเกษตรมาตลอด และเมื่อตรวจสอบพบว่าชื่อและเลขบัตรประชาชน13หลักไม่ตรงกับที่แจ้งในหมายศาล
นางอรัญญา ทองน้ำตะโก อธิบดีกรมบังคับคดี ได้มอบหมายให้นางบุญญาภา เสนามนตรี ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับผู้แทนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้แทนสรรพากรจังหวัดบุรีรัมย์ ปลัดอำเภอแคนดง และกำนันตำบลโนนสมบูรณ์ จังหวัดบุรีรัมย์ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือนายวิชิตร์ มนปราณีต อายุ43ปีณ บ้านเลขที่ 58 หมู่ 9 บ้านโนนสมบูรณ์ ตำบลแคนดง อำเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์ จากกรณีได้รับหมายศาลเป็นจำเลยถูกฟ้องล้มละลายกว่า 97 ล้านบาท ในฐานะผู้ถือหุ้นบริษัท ภูเก็ต มอนติ คาโล จำกัด และกลัวจะตกเป็นแพะถูกจับติดคุกฟรี เพราะไม่ได้รู้จักและเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าว
นางบุญญาภา ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ชี้แจงและทำความเข้าใจกับนายวิชิตร์ และญาติๆ ว่าการดำเนินการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นั้น เพียงต้องการให้นายวิชิตร์ มาพบเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เพื่อให้การสอบสวนเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของบริษัทฯ จำเลยในฐานะผู้ถือหุ้นรายหนึ่ง เท่านั้น หาใช่เป็นกรณีที่นายวิชิตร์ ตกเป็นบุคคลล้มละลายแต่อย่างไร
หากมีข้อสงสัย หรือต้องการคำแนะนำสามารถสอบถามกับเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สำนักงานบังคับคดีจังหวัดบุรีรัมย์ หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กองบังคับคดีล้มลาย 3 ได้
ต่อมานายวิชิตร์และญาติมีความเข้าใจ และคลายความวิตกกังวล ทั้งนายวิชิตร์ได้ให้การสอบสวนเกี่ยวกับกิจการ ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลยต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในวันนี้แล้ว โดยสำนักงานบังคับคดีจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ดำเนินการจัดส่งเอกสารการสอบสวนไปยังกองบังคับคดีล้มละลาย 3 ต่อไป