ศึกดีเบตครั้งสุดท้าย "โดนัลด์ ทรัมป์" และ "โจ ไบเดน" ลุ้นใครจะเดินบนเส้นทางสู่ทำเนียบขาว


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ประชันวิสัยทัศน์ครั้งสุดท้ายของ 2 ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ "โดนัลด์ ทรัมป์" จากพรรคริพับลิกัน และ "โจ ไบเดน" พรรคเดโมแครต โดยมีหลากหลายประเด็นน่าสนใจ นอกจาก 2 ประเด็นแรกที่นำเสนอไป คือ

เส้นทางสู่ทำเนียบขาว 2020 : ทรัมป์ - ไบเดน ประเด็นโควิด-19

เส้นทางสู่ทำเนียบขาว 2020 : ทรัมป์ ตอบกลางเวที ดีเบต ยืนยัน จะจ่ายภาษีเร็วๆนี้

ยังมีประเด็นอื่นๆที่น่าสนใจ เช่น  ในหัวข้อที่ 2  มีการพูดถึงเรื่อง ความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่ง โจ ไบเดน ยืนยันว่า ไม่ว่าประเทศไหนที่คุกคามหรือแทรกแซงสหรัฐอเมริกาจะต้องชดใช้ หนึ่งในนั้นคือ การแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐของรัสเซีย ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้กับ ปธน.ทรัมป์ ทำให้ ปธน.ทรัมป์ ลังเลที่จะตอบโต้รัสเซีย

จากนั้น ผู้ดำเนินรายการ ถามไปที่ ปธน.ทรัมป์ ถึงการแทรกแซงจากต่างประเทศ ว่ามีแผนอย่างไรในการแก้ปัญหานี้ โดย ปธน.ทรัมป์ จึงโต้กลับในประเด็นว่า ตนไม่เคยรับเงินจากรัสเซีย เหมือน โจ ไบเดน ที่ได้รับมาแล้วหลายพันล้านดอลลาร์ ในขณะที่ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี

และ โจ ไบเดน ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

ต่อมาเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ เกาหลีเหนือ โดยเฉพาะการประชุมร่วมกันระหว่าง ปธน.ทรัมป์ กับ ผู้นำ คิม จอง อึน ส่งผลให้ ปธน.ทรัมป์ ถึงกับบอกว่า เกาหลีเหนือ ไม่ชอบหน้านายบารัค โอบามา อดีต ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เนื่องจากมีความต้องการที่จะประจันหน้ากับเกาหลีเหนือ แต่ภายใต้สมัยของตนนั้นความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือยกระดับที่ดีขึ้น

โจ ไบเดน จึงกล่าวถึงประเด็นนี้ว่า นาย บารัค โอบามา ไม่ต้องการสร้างสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือ แต่ต้องการทำให้เกาหลีเหนือปลอดอาวุธนิวเคลียร์ และตนเองจะควบคุมเกาหลีเหนือแบบที่ นายบารัค โอบามา ทำเช่นกัน ซึ่งต่างจากสมันของ ปธน.ทรัมป์ ที่พยายามสร้างสัมพันธ์กับ คิม จอง อึน

ต่อมาเป็น ประเด็นใหญ่เช่นกัน คือ เรื่องของชาติพันธ์ุในสหรัฐอเมริกา โดยผู้ดำเนินรายการตั้งคำถามว่า ต่อ ปธน.ทรัมป์ ว่า ทำไมครอบครัวคนผิวสีถึงใช้ชีวิตด้วยความกลัว

ปธน.ทรัมป์ ตอบว่า ตนเป็นคนที่ไม่เหยียดเชื้อชาติที่สุดในที่นี้แล้ว และตนทำสิ่งดีๆ ให้คนผิวสีมากกว่าผู้นำคนใดๆ ในประวัติศาสตร์ ยกเว้น อับราฮัม ลินคอล์น อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่างจาก โจ ไบเดน ที่ทำงานในรัฐบาลมานานกว่า 40 ปี แต่ไม่เคยทำอะไรที่ดีๆ เลย

โจ ไบเดน โต้กลับว่า ปัญหาที่คนผิวสีในสหรัฐถูกเลือกปฏิบัติและเหยียดผิว เป็นปัญหาใหญ่ในสังคมอเมริกัน ซึ่งยิ่งรุนแรงขึ้นภายใต้รัฐบาลทรัมป์ และตนจะพยายามจัดการปัญหานี้

ต่อมาเป็นเรื่องโลกร้อนและสภาพภูมิอากาศ

โดย โจ ไบเดน กล่าวว่า ภาวะโลกร้อนเป็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น และเราเหลือเวลาไม่มากนัก ซึ่งในช่วง 4 ปีของรัฐบาลทรัมป์ พยายามกำจัดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ต้องปกป้องสิ่งแวดล้อม  ซึ่งตนมีแผนในการกระตุ้นพลังงานสะอาด รวมทั้งการจ้างงานหลายล้านตำแหน่งในด้านนี้

“ ภาคพลังงานสะอาดคือสิ่งที่จำเป็นต้องทำ เพื่ออนาคตและเศรษฐกิจของอเมริกา

แต่ ปธน.ทรัมป์ มองว่า แผนต่างๆ ด้านสิ่งแวดล้อมของพรรคเดโมแครต ไม่ใช่แผนที่ฉลาด แต่หมือนการสร้างอาคารที่ทำหน้าต่างให้เล็กลงเท่านั้น ขณะที่ ในสมัยของเขา สหรัฐอเมริกาไม่ต้องพึ่งพาพลังงานจากประเทศอื่นเป็นครั้งแรก

การพูดถึงประเด็นโอบามาแคร์  ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีชื่อเต็มว่า รัฐบัญญัติคุ้มครองผู้ป่วยและการดูแลที่จ่ายได้ (The Patient Protection and Affordable Care Act) นับเป็นการปรับโครงสร้างสาธารณสุขครั้งใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ในช่วงที่นายบารัก โอมาบา (พรรคเดโมรแครต) ยังคงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

อย่างการขยายความคุ้มครองประสุขภาพให้ครอบคลุมชาวอเมริกันราว 15% หรือ 40-50 ล้านคน รวมถึงผู้มีฐานะยากจนและผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านการประกันสุขภาพจากนายจ้างหรือจากรัฐบาล โดยชาวอเมริกันที่เป็นผู้ทุพพลภาพ ผู้มีรายได้ต่ำ หรือผู้สูงวัยที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปจะต้องได้รับประกันสุขภาพจากรัฐบาล ส่วนบุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับประกันสุขภาพจากรัฐบาลหรือจากนายจ้างจะต้องซื้อประกันสุขภาพด้วยตนเอง

รวมถึงกฎหมายกำหนดให้ชาวอเมริกันทุกคนต้องซื้อประกันสุขภาพ รัฐบาลก็จะให้ความช่วยเหลือผู้มีฐานะยากจนที่ไม่สามารถซื้อประกันดังกล่าวเองได้ ด้วยการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนให้กรมธรรม์หรือเบี้ยประกันถูกลง เป็นต้น

ซึ่ง ปธน.ทรัมป์ ยืนยันว่า จะสั่งยกเลิกคำสั่งภายใต้โอบาแคร์เพราะเป็นส่วนที่เลวร้าย และมีนโยบายใหม่ ที่ดีกว่าที่เคยเป็นมาในการให้ความคุ้มครองชาวอเมริกันได้มากกว่า

ซึ่งแน่นอนว่า  โจ ไบเดน ต้องเห็นต่างและเขาได้กล่าวถึงแผน Building on Obamacare โดยเพิ่มทางเลือกเข้าไปและปรับให้เป็น ไบเดนแคร์  เช่น ลดราคายา ลดค่าประกันสุขภาพ และสนับสนุนบริษัทประกันสุขภาพเอกชนให้สามารถดำเนินการต่อไปได้

“คนอเมริกันทุกคนควรมีสิทธิเข้าถึงประกันสุขภาพอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่เฉพาะแค่คนบางกลุ่มเท่านั้น” โจ ไบเดน พรรคเดโมแครต

แต่ ปธน.ทรัมป์ โต้ว่า ไบเดน พยายามจะทำลายระบบเมดิแคร์ พยายามทำลายระบบประกันสังคมมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว และหากชนะการเลือกตั้งตลาดหุ้นจะร่วงหนัก

และในหัวข้อสุดท้าย การเป็นผู้นำประเทศ

ปธน.ทรัมป์ กล่าวว่า โจ ไบเดน จะขึ้นภาษีและทำให้พลเมืองอเมริกันเดือดร้อน

ขณะที่ โจ ไบเดน กล่าวว่า ในวันสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง ตนจะพูดกับคนอเมริกันว่า เรามีโอกาสที่จะทำสิ่งที่ดีขึ้นกว่าเดิม เศรษฐกิจที่ดีกว่าเดิม การจ้างงานที่ดีกว่าเดิม สิ่งแวดล้อมที่ดีกว่าเดิม และประชาชนจะมีความเคารพซึ่งกันและกัน

ใครจะไปเดินบนเส้นทางสู่ทำเนียบขาว 3 พ.ย.2563 รู้กัน!

TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ