Hugo de Jonge รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เนเธอร์แลนด์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับการการุณยฆาต เด็กที่ป่วยระยะสุดท้ายและมีความทุกข์ทรมาน โดยกฎหมายดังกล่าวจะป้องกันการฟ้องร้องแพทย์ผู้ตัดสินใจ โดยคาดว่าจะมีผลต่อเด็กที่ 5-10 คนต่อปี ที่ป่วยระยะสุดท้ายและกำลังเผชิญความทุกข์ทรมาน
“การเปลี่ยนแปลงกฎหมายนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นและจะช่วยให้เด็กป่วยระยะสุดท้ายที่ทนทุกข์ทรมานอย่างไร้ความหวังและไม่ต้องเจ็บปวดอีก” Hugo de Jonge รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เนเธอร์แลนด์ กล่าว
ก่อนหน้านี้ในปี 2557 ประเทศเบลเยียม เป็นประเทศแรกที่อนุญาตให้การุณยฆาตเด็กโดยสมัครใจ และเด็ก 2 คนแรกที่เข้าสู่กระบวนการดังกล่าวมี อายุ 9 และ 11 ปี ช่วงปี 2559-2560
สำหรับการแก้กฎหมายการการุณยฆาตในเนเธอร์แลนด์นั้น หากเป็นวัยทารกอายุไม่เกิน 1 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง แต่หากอายุมากกว่า 12 ปี ต้องได้รับความยินยอมทั้งผู้ป่วยและผู้ปกครอง
แน่นอนว่าเรื่องนี้นำมาซึ่งการถกเถียงในสภาฯ ระหว่างฝั่งรัฐบาล Christian Democrat Appeal และ พรรคฝ่ายค้าน ChristenUnie ซึ่งทางฝั่งรัฐบาลนำโดย Hugo de Jonge รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เนเธอร์แลนด์ อ้างถึงรายงานล่าสุด ที่แสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนจากแพทย์อย่างท่วมท้นต่อการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ปีที่แล้ว (2562) มีผู้ป่วยที่เข้าข่ายการกระทำนี้ 6,361 รายในประเทศ และคิดเป็น 4% ของผู้เสียชีวิตทั้งหมดของประเทศ และในจำนวนนี้ 91% ป่วยเป็นโรคระยะสุดท้าย ส่วนที่เหลือเกี่ยวข้องกับอาการทางจิตเวชขั้นรุนแรง